About Us
Get to know the Faculty of Agricultural Technology, KMITL.
ประวัติคณะเทคโนโลยีการเกษตร
School of Agricultural Technology
คณะเทคโนโลยีการเกษตรเดิมเป็น “โรงเรียนเกษตรกรรมนครปฐม” ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครปฐม สังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ในช่วงปีการศึกษา 2509 กรมอาชีวศึกษามีโครงการพัฒนาอาชีวศึกษา รัฐบาลได้อนุมัติให้กู้เงินจากธนาคารโลก และธนาคารแห่งประเทศไทย มาดำเนินการปรับปรุงวิทยาลัย โรงเรียนอาชีวศึกษา ทางสาขาช่างและเกษตรกรรม รวมทั้งการผลิตครูอาชีวศึกษา ก่อนที่จะย้ายโรงเรียนเกษตรกรรมนครปฐม มาตั้งที่อำเภอลาดกระบังนั้น กระทรวงศึกษาธิการมีโครงการจะนำที่ดินซึ่งท่านเลี่ยมบริจาคมาปรับปรุง สถานศึกษาอาชีวชั้นสูงให้เป็นวิทยาลัยเจ้าคุณทหาร ต่อมาเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2513 จึงได้ย้ายโรงเรียนเกษตรกรรมนครปฐม มาตั้ง ณ ที่แห่งนี้ และได้มีการประกาศเรียกชื่อโรงเรียนเกษตรกรรมแห่งใหม่นี้ว่า “โรงเรียนเกษตรกรรมเจ้าคุณทหาร”
โรงเรียนเกษตรกรรม เจ้าคุณทหาร
ได้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงในด้านการศึกษา ทั้งอัตรากำลัง ครู อาจารย์ คนงาน ภารโรง และเงินงบประมาณ โดยดำเนินการ ก้าวหน้ามาเป็นลำดับ จนได้รับการสถาปนา เป็น “วิทยาลัยเกษตรกรรมเจ้าคุณทหาร” เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2517 ต่อมาเมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2522 วิทยาลัยเกษตรกรรมเจ้าคุณทหาร ได้โอนมาสังกัด สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ซึ่งสังกัดทบวง มหาวิทยาลัย และเปลี่ยนชื่อเป็น “คณะเทคโนโลยีการเกษตร” สมัยใหม่
ปัจจุบัน
คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ โดยทบวงมหาวิทยาลัยถูกยุบเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ มีชื่อเรียกว่า “สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา” ตาม พ.ร.บ. ระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 ซึ่งมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา
เจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์
ท่านเจ้าคุณทหาร
เจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) มีนามเดิมว่า วร หรือ วอน เป็นบุตรชายคนโต ของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) กับท่านผู้หญิงกลิ่น ธิดา หลวงแก้วอายัติ (จาด) เกิดเมื่อวันศุกร์ เดือน 8 อุตรสาธ แรม 6 ค่ำ ปีชวด สัมฤทธิศก 1160
ท่านเริ่มรับราชการตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ต่อมารัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าหมื่น ไวยวรนาถ หัวหมื่นหมาดเล็ก และเป็นอุปทูตติดตามพระยาศรีพิพัฒน์ (แพ บุนนาค) ราชทูต ออกไปเจริญพระราชไมตรีที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี พ.ศ.2403 ต่อมาท่านได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ จางวางมหาดเล็ก และเป็น ราชทูตไปฝรั่งเศสอีกครั้งในปี พ.ศ.2409
ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระยาสุรวงษ์ ไวยวัฒน์ เป็นเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ ที่สมุหพระกลาโหม ศักดินา 10,000 เมื่อ พ.ศ.2412 ท่านดำรงตำแหน่งสมุหพระกลาโหมเป็นเวลา 19 ปี จนถึงแก่อสัญกรรม เมื่อวันอังคาร เดือน 11 แรม 10 ค่ำ ปีชวด สัมฤทธิศก จุลศักราช 1250 ตรงกับวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2431 รวมอายุได้ 60 ปี
บุคคลทั่วไปออกนามเรียกเป็นการสามัญว่า
“ท่านเจ้าคุณกลาโหม”
หรือ “ท่านเจ้าคุณทหาร”
และชื่อเรียกนี้กลายมาเป็นชื่อเรียกของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังในเวลาต่อมา
ท่านเลี่ยม พรตพิทยพยัต
ผู้มีคุณูปการต่อการศึกษา
ท่านเลี่ยม เป็นธิดาคนที่ 12 ของเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นสมุหกลาโหมในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 โดยคนทั่วไปมักเรียกบิดาของท่านว่า “เจ้าคุณทหาร” หรือ “เจ้าคุณกลาโหม” มารดาของท่านชื่อ ท่านหลี
ท่านเลี่ยมได้สมรสกับจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) แต่ไม่มีบุตรธิดาด้วยกัน ต่อมาได้สมรสกับหลวงพรตพิทยพยัต และไม่มีบุตรธิดาเช่นเดียวกัน ระหว่างที่มีชีวิตอยู่ ท่านมักจะมาพักที่บ้านหัวตะเข้ ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองตรงข้ามที่ว่าการเขตลาดกระบัง ขณะนั้นยังเป็นท้องถิ่นที่ห่างไกล เดินทางไปมาได้โดยทางเรือเท่านั้น
ระหว่างที่พักอยู่ที่หัวตะเข้ ท่านเห็นเด็ก ๆ ชาวหัวตะเข้ และลูกหลานชาวนาที่เช่าที่นาของท่าน รวมถึงตำบลใกล้เคียง เช่น บ้านบึงบัว ลำปะทิว และทับยาว ยังไม่ค่อยได้รับการศึกษา เพราะไม่มีสถานศึกษาระดับมัธยมในย่านนั้น และการเดินทางเป็นไปด้วยความลำบาก
ประกอบกับท่านเจ้าคุณทหาร เมื่อครั้งมาควบคุมการขุดคลองประเวศบุรีรมย์ ผ่านท้องที่ลาดกระบังไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้สังเกตเห็นว่าคนงานที่รับจ้างขุดดิน เมื่อเลิกงานก็มักดื่มสุรา เล่นการพนัน และทะเลาะวิวาทกันอยู่เสมอ ท่านจึงปรารภกับท่านเลี่ยมว่า คนเหล่านี้ขาดโอกาสทางการศึกษา หากจะช่วยเหลือได้ก็ควรให้การศึกษาแก่ลูกหลานของคนเหล่านี้
ด้วยเหตุนี้ ท่านเจ้าคุณทหารจึงจับจองที่ดินบริเวณริมคลองที่ขุดขึ้นประมาณ 1,500 ไร่ โดยมีความตั้งใจให้ที่ดินผืนนี้เป็นสถานศึกษา ให้ความรู้แก่อนุชนรุ่นหลัง เพื่อให้มีสติปัญญาและมีอาชีพที่ดีขึ้น ต่อมาเมื่อท่านเจ้าคุณทหารถึงแก่อสัญกรรม ที่ดินผืนนี้จึงตกเป็นของธิดาของท่าน คือ ท่านเลี่ยม
ท่านเลี่ยมได้สืบทอดเจตนารมณ์ของท่านเจ้าคุณทหาร โดยยกที่ดินในเขตลาดกระบังให้กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 1,041 ไร่ เพื่อจัดตั้งสถานศึกษาให้เด็ก ๆ ชาวลาดกระบังได้มีโอกาสศึกษาในระดับที่สูงขึ้น พร้อมทั้งมอบบ้านพักของท่านที่หัวตะเข้ให้ใช้เป็นอาคารเรียน เปิดสอนในระดับมัธยม และให้ใช้ชื่อโรงเรียนว่า “โรงเรียนพรตพิทยพยัต” เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่สามีผู้ล่วงลับ
นอกจากนี้ ท่านยังขอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งวิทยาลัยอาชีวะ เพื่อสอนวิชาชีพ และให้ใช้ชื่อ “ท่านเจ้าคุณทหาร” เป็นชื่อวิทยาลัย ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นวิทยาลัยเกษตรกรรมเจ้าคุณทหาร และปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อีกส่วนหนึ่งได้พัฒนาเป็นวิทยาลัยโทรคมนาคมและวิทยาลัยวิชาการก่อสร้าง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสถาบันในเวลาต่อมา
ท่านเลี่ยม พรตพิทยพยัต ได้ยกที่ดินในเขตลาดกระบังให้แก่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดตั้งสถานศึกษา อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ลาดกระบัง และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง