AgriTech KM System Rotating Header Image

Home > เครื่องจักรกลเกษตร > เตาผลิตไอน้ำสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด


เตาผลิตไอน้ำสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด

การผลิตเห็ดฟางของเกษตรกรจะนิยมเพาะในโรงเรือน เนื่องจากสามารถผลิตเห็ดได้ตลอดทั้งปี และควบคุมปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับการผลิตได้ ซึ่งการเพาะเห็ดในโรงเรือน เกษตรกรผู้เพาะเห็ดทุกรายจะต้องมีเตาต้มน้ำเพื่อผลิตไอน้ำ ไว้สำหรับอบฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ภายในโรงเรือน ดังนั้นการผลิตไอน้ำจึงนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการเพาะเห็ด เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อปริมาณผลผลิต

ในอดีตการผลิตไอน้ำของเกษตรกรส่วนใหญ่จะนิยมใช้วัสดุที่หาง่ายและมีราคาถูกเป็นเชื้อเพลิงเช่น ไม้ฟืน ซังข้าวโพด น้ำมันเตา น้ำมันเครื่องเก่า และยางรถยนต์ เป็นต้น

คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จึงจัดทำโครงการ “การพัฒนาเตาผลิตไอน้ำสำหรับโรงเรือนเพาะเห็ด” โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อพัฒนาและปรับปรุงเตาผลิตไอน้ำให้มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่ามากขึ้น เพื่อทดแทนการใช้ยางรถยนต์ที่ก่อมลพิษต่อชุมชน และลดมลภาวะที่เป็นพิษ

อ.ลือพงษ์ ลือนาม อาจารย์หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า เกษตรกรผู้เพาะเห็ดฟางส่วนใหญ่มักนิยมจะใช้ถังขนาด 200 ลิตร ทำเป็นหม้อต้มเพื่อนำไอน้ำเข้าไปฆ่าเชื้อต่างๆ ในโรงเรือน โดยนิยมใช้ยางรถยนต์เก่าเป็นเชื้อเพลิงต้มน้ำเนื่องจากมีราคาถูก ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ทางโครงการจึงได้พัฒนาเตาอบไอน้ำภายใต้แนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดมลพิษน้อยที่สุดและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรมากที่สุด

รายการข่าว “เกษตรวันนี้” สถานีโทรทัศน์ช่อง 7

“สำหรับเตาผลิตไอน้ำที่ได้รับการพัฒนาแล้วมีต้นทุนในการสร้าง 6,000 – 7,000 บาท โดย สร้างจากอิฐมอญก่อเป็นผนังเตาและใช้ถังขนาด 200 ลิตร เป็นหม้อต้มน้ำ การเผาไหม้คล้ายคลึงกับเตาที่ใช้เผาถ่าน คุณสมบัตินอกจากผลิตไอน้ำไว้ใช้ในโรงเรือนได้อย่างเพียงพอแล้ว ยังเกิดผลพลอยได้คือถ่านและน้ำส้มควันไม้ ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรหรือจำหน่ายเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง” อ.ลือพงษ์กล่าว

เตาผลิตไอน้ำที่พัฒนาขึ้นนั้น จะใช้เชื้อเพลิงจากวัสดุในธรรมชาติ อาทิ ไม้ฟืน 100 กิโลกรัม เมื่อผ่านกระบวนการเผาในเตาจนแล้วเสร็จก็จะได้ “ถ่านไม้” ราว 25 กิโลกรัม ซึ่งเกษตรนำไปขายได้กิโลกรัมละ 7 บาท ขณะที่รับซื้อไม้ฟืนมาตันละ 500 – 600 บาท หักค่าใช้จ่ายแล้วเท่ากับว่ามีรายได้เสริมจากการเผาถ่าน 1,150 – 1,250 บาท นอกจากนี้ยังมีผลพลอยได้ คือ “น้ำส้มควันไม้” ซึ่งนำไปใช้เป็นสารไล่แมลงทำการเกษตรได้อีกด้วย ปัจจุบันจำหน่ายราคาลิตรละ 70 บาท

สมพงษ์ ดีอาษา แกนนำกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตเห็ดบ้านดงข่า ต.เกาะโพธิ์ อ.ปากพลี จ.นครนายก เผยว่า ในอดีตการใช้ยางรถยนต์เป็นเชื้อเพลิงได้ก่อปัญหากับคนในชุมชนเป็นอย่างมาก แต่เมื่อมีโครงการเข้ามา ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เพาะเห็ดกับชาวบ้านก็ดีขึ้น บ้านไหนที่มีต้นไม้ขึ้นตามหัวไร่ปลายนา ชาวบ้านก็เริ่มตัดมาขายให้เท่ากับว่าเป็นรายได้ของชาวบ้านอีกทาง

“เตาผลิตไอน้ำนี้ได้รับความสนใจจากเกษตรในพื้นที่อย่างมาก เนื่องจากแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการเพาะเห็ดฟางได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องมลภาวะที่เกิดขึ้นในชุมชน ซึ่งนอกจากเกษตรกรจะขายเห็ดฟางได้ตามปกติแล้ว ยังจะมีรายได้เสริมจากผลพลอยได้ดังกล่าว ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายของครอบครัวและสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจของชุมชนต่อไปได้” สมพงษ์ระบุ

การดำเนินงานของโครงการมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน นอกจากได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านแล้ว ยังก่อให้เกิดความยั่งยืนในอาชีพของเกษตรกรผู้เพาะเห็ด และทำให้เกษตรแขนงนี้อยู่ร่วมกับเกษตรกรอาชีพอื่นๆ ได้โดยไม่ก่อปัญหามลภาวะให้แก่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

6 Comments

  1. ณัฐพล พูดว่า:

    อยากได้แบบและรายละเอียดของการสร้างและวิธีใช้ครับ รบกวนด้วยครับ ขอบคุณครับ

  2. จิรภาส โสภาวงษ์ พูดว่า:

    ผมอยากได้คำแนะนำและรูปแบบ ในการสร้างเตาอบไอน้ำ เพราะตอนนี้ผมกำลังหาข้อมูลในการทำเตา และรูปแบบโรงเรือนการทำเห็ดฟาง ฝากเบอร์โทรก็ได้ ใครมีอะไรดี ๆ จะแนะนำจะขอบคุณเป็นอย่างสูง 0817634166 ขอบคุณเป็นอย่างสูง

  3. เสาวคนธ์ สัตถาผล พูดว่า:

    ขอข้อมูลการทำเตาอบไอนำ้ด้วยค่ะ
    ขอบพระคุณมาก

  4. วันดี สืบเทพ พูดว่า:

    อยากทราบหมายเลขโทรศัพท์เพื่อติดต่อสอบถามเผื่อว่าจะพาคนในชุมชนไปดูงานค่ะ

  5. ทีมงาน พูดว่า:

    ลองติดต่อมาทางสาขาวิชาพัฒนาการเกษตรและการจัดการทรัพยากร นะครับ
    ที่หมายเลข 02-3298520
    แล้วฝากเรื่องเจ้าหน้าที่ถึง ผศ.ลือพงษ์ ลือนาม ครับ

  6. เชาวลิต พูดว่า:

    ขอความกรุณาวาดแบบและวิธีการที่จะศึกษาให้ด้วยครับ