WordPress database error: [Got error 134 from storage engine]
SELECT user_id, meta_value FROM wpn_usermeta WHERE meta_key='email_verify_date'

การรักษาความสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในปลา – AgriTech KM System
AgriTech KM System Rotating Header Image

Home > บันทึกความรู้ทั่วไป > การรักษาความสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในปลา


WordPress database error: [Table './wordpress/wpn_users' is marked as crashed and should be repaired]
SELECT * FROM wpn_users WHERE ID = 755 LIMIT 1


.

การรักษาความสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในปลา

การรักษาความสมดุลของน้ำและความดันในตัวปลา

ในปลาแต่ละชนิดจะมีชีวิตความเป็นอยู่แตกต่างกันไป บางชนิดอาศัยอยู่ในน้ำจืด บางชนิดอาศัยในทะเล บางชนิดอยู่ในน้ำกร่อย บางชนิดอยู่ได้ทั้ง 2 น้ำโดยมีการอพยพระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็ม เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันทำให้ปลามีการปรับตัวเกี่ยวกับการรักษาเกลือแร่และน้ำในร่างกายให้เหมาะสม ซึ่งแตกต่างกันระหว่างปลาน้ำจืดและน้ำเค็ม การปรับตัวเกี่ยวกับการขับถ่ายและรักษาความสมดุลของน้ำในร่างกายปลา แบ่งได้ 3 พวก คือ

1. ปลาที่ทนต่อความเค็มได้ในช่วงแคบ (stenohaline) ได้แก่ ปลาน้ำจืด และปลาทะเลทั่วไป พวกนี้ทนต่อการเปลี่ยนแปลงความเค็มในช่วงแคบๆ จึงต้องอาศัยอยู่เฉพาะในน้ำจืด หรือในทะเลเท่านั้น

2. ปลาที่อยู่ได้ 2 น้ำ (diadromous) ได้แก่ปลาที่ว่ายเข้าน้ำจืด (anadromous fish) หมายถึงปลาที่อาศัยอยู่ในทะเล แต่อพยพไปวางไข่ในน้ำจืด ได้แก่ ปลาแซลมอน และปลาที่ว่ายสู่ทะเล (catadromous fish) หมายถึงปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดแต่อพยพไปวางไข่ในทะเล ได้แก่ ปลาไหล สกุล Anguilla

3. ปลาที่ทนต่อความเค็มในช่วงกว้าง (euryhaline) ได้แก่ ปลาน้ำกร่อย เช่น ปลากะพงขาว

การรักษาความสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในปลาน้ำจืด

ปลาน้ำจืดจะมีความเข้มข้นของของเหลวในร่างกายสูงกว่าในน้ำ ทำให้เกิดการออสโมซิส (osmosis) ของน้ำจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย และเกิดการแพร่ของเกลือแร่ออกจากร่างกาย เพื่อที่จะรักษาความเข้มข้นของเกลือแร่ในร่างกายให้คงที่ปลาจะขับน้ำออกทางปัสสาวะ โดยการทำงานของไต ซึ่งส่วนโกลเมอรูลัสเจริญดีมาก ในขณะเดียวกันจะมีการสูญเสียเกลือแร่อิออนออกไปกับปัสสาวะด้วย เพราะท่อไตดูดซึมกลับได้ไม่หมด แต่ปัสสาวะจะมีความเข้มข้นน้อยกว่าของเหลวในร่างกาย (hypotonic urine) เพราะมีน้ำมาก ปลาจะมีการทดแทนเกลือแร่ที่สูญเสียไปกับปัสสาวะและทางการแพร่ โดยการกินอาหารและดูดซึมเกลือแร่ทางผิวหนังและเหงือกได้ด้วย ปกติปลาน้ำจืดไม่ดื่มน้ำและมีโกลเมอรูลัสใหญ่จำนวนมาก ทำให้ปลาน้ำจืดมีไตใหญ่กว่าปลาทะเล

 

การรักษาความสมดุลของน้ำและเกลือแร่ในปลาทะเล

ปลาทะเลมีความเข้มข้นของของเหลวในร่างกายน้อยกว่าในน้ำ ดังนั้นน้ำจะออสโมซิสออกจากร่างกาย ในขณะที่เกลือแพร่เข้าสู่ร่างกาย ปลาทะเลจึงต้องดื่มน้ำเข้าไปชดเชยกับน้ำที่สูญเสียไป เพื่อทำให้ปริมาณน้ำและเกลือแร่ในร่างกายเกิดความสมดุล แต่การดื่มน้ำทะเลทำให้ปลาได้รับเกลือมากเกินไป จึงพยายามกำจัดออกจากร่างกายให้มากที่สุดโดยขับเกลือออกมาทางอุจจาระและปัสสาวะ เกลือแร่พวก Mg++, Ca++ และ SO= จะขับออกทางอุจจาระ นอกจากนี้ยังขับเกลือพวก Cl- ทางเหงือกด้วย รวมทั้งแอมโมเนียและยูเรีย ไตของปลาทะเลมีขนาดเล็ก เนื่องจากมีน้ำในร่างกายน้อย และต้องการน้ำมากจึงถ่ายปัสสาวะน้อย ไตไม่ค่อยได้ทำงานจึงมีขนาดเล็ก ในปลาฉลามมีต่อมเรคทอล (rectal gland) ทำหน้าที่ขับเกลือด้วย

ในปลาสองน้ำ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย จะมีปัญหาเรื่องการสูญเสียน้ำหรือเกลือแร่เกิดขึ้น เช่น ปลาไหลสกุล Anguilla เมื่อเข้ามาอาศัยในน้ำจืดจะสูญเสียเกลือและมีน้ำในตัวมาก ในทางตรงกันข้ามปลาแซลมอนเมื่ออพยพไปอยู่ในทะเลจะสูญเสียน้ำและมีเกลือในร่างกายมากเกินไป ดังนั้นในช่วงนี้จะมีการปรับตัวโดยโกลเมอรูลัส นอกจากนี้ในปลาแซลมอนจะต้องมีการสร้างเซลล์ขับเกลือคลอไรด์ที่เหงือกให้เจริญดีก่อนลงสู่ทะเลเพื่อขับเกลือออกทางเหงือกได้ดี

 

ที่มา http://courseware.rmutl.ac.th/courses/107/unit1302.html 

โดย นางสาวประภัสษร ศรีดี