<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>AgriTech KM System</title>
	<atom:link href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog</link>
	<description>ชุมชนแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สำหรับคณาจารย์และเจ้าหน้าที่คณะเทคโนโลยีการเกษตร สจล.</description>
	<lastBuildDate>Tue, 08 Jun 2010 09:55:29 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เรื่องเล่า&#8230;เร้าพลัง</title>
		<link>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=652</link>
		<comments>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=652#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Jun 2010 01:51:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>จรงค์ศักดิ์ พุมนวน</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=652</guid>
		<description><![CDATA[<strong>การเล่าประสบการณ์การทำงานในเรื่องที่เจ๋งๆ หรือเรื่องที่เราคิดว่า นี่หละตัวเรา เป็นเรื่องที่ฟังแล้วรู้สึกดี อยากถ่ายทอดให้กับคนอื่นๆ ได้รับรู้ ซึ่งอาจทำให้เรื่องที่เล่ามา มาเป็นข้อคิดหรือข้อปฏิบัติของอีกหลายๆ คน ก็เป็นได้ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ</strong> <span style="color: #ff0000">...การเล่าสู่กันฟัง..จะมีพลังมากน้อยแค่ไหน</span>  <span style="color: #0000ff">ทำให้มีการพัฒนางานได้อย่างไร.. ก็ลองเล่ากันดู</span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000080">!!! ผมมีเรื่องของคนอื่นที่จะเล่าให้ฟังเรื่องนึงครับ เป็นเรื่องที่ได้รับฟังมาตอนเข้าร่วม storytelling ในงาน K Sharing Day ของสถาบันฯ เป็นเรื่องของ  “แม่”</span></p>
<p><strong> </strong><strong>แม่คนนี้มีลูกมาก นับได้ก็เป็นร้อยๆ คนต่อปี ลูกมีนิสัยที่แตกต่างกันมาก บางคนพูดจาดี บางคนพูดจาไม่เพราะ บางคนไว้ผมยาว บางคนแต่งกายไม่เรียบร้อย บางคนไม่ค่อยมีสะสตางค์ บางคนร่ำรวย </strong><strong> </strong></p>
<p><strong>ในฐานะที่เป็นแม่ ไม่ว่าลูกๆ จะเป็นอย่างไร แม่ก็รักลูกทุกคน ใครไม่มีสตางค์แล้วมาหาแม่ แม่ก็พยายามหางานพิเศษให้ลูกทำในส่วนของที่ทำงานแม่เอง หรือก็หาทุนการศึกษาให้ลูกๆ บางครั้งแม่ก็ใช้สตางค์ของแม่เอง</strong><strong></strong></p>
<p><strong><span style="color: #000080"><img class="alignleft size-full wp-image-653" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/reflect2.jpg" alt="reflect2" width="164" height="332" /></span>ลูกบางคนผมยาวมากไม่เรียบร้อยเลยแต่นิสัยดี ใครๆ ก็อยากให้ลูกตัดผม มีเงินจ้างเป็นพันก็ไม่ยอมตัด แม่คนนี้ก็ได้พูดคุยกับลูก ยังบอกลูกอีกว่าหากตัดผมแล้วอะไรๆ ดีๆ หลายอย่างก็จะเข้ามาหาลูกเอง ไม่ว่าจะเป็นทุนการศึกษา กิจกรรมที่ได้ทำร่วมกับสถาบันฯ ลูกคนนี้ยินดีที่จะตัดผมตามคำขอของแม่ และอีกหลายเรื่องที่แม่คนนี้ยินดีที่จะทำเพื่อลูกทุกคน แม่บอกว่าการรักในอาชีพของทน ทำงานด้วยความรัก เห็นนักศึกษาที่เข้ามารับบริการทุกคนเป็นเหมือนลูกเหมือนหลาย แล้วเราจะมีความสุขกับงานที่เราทำ ผมเป็นคนหนึ่งที่ชื่อชมแม่คนนี้มาก  แม่คนนี้คือ &#8230;”</strong><span style="color: #000080">คุณสมทรง ธรฤทธิ์ งานกิจกรรมนักศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์</span><strong>”&#8230;</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?feed=rss2&amp;p=652</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รางวัลชนะเลิศในการประกวด Weblog การจัดการความรู้</title>
		<link>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=632</link>
		<comments>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=632#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 08:23:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ผู้ดูแลระบบ</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=632</guid>
		<description><![CDATA[คณะเทคโนโลยีการเกษตร ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดหัวข้อแลกเปลี่ยนเรียนรู้บนเว็บบล็อกการจัดการความรู้ เนื่องในโอกาส “วันการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ K sharing day” ประจำปีการศึกษา 2553 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-3-Medium.JPG" rel="lightbox[632]"><img class="size-medium wp-image-637 alignright" title="KM day (3) (Medium)" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-3-Medium-300x201.jpg" alt="KM day (3) (Medium)" width="270" height="181" /></a>เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม 2553 ส่วนประกันคุณภาพและบริหารองค์ความรู้ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้จัดทำโครงการ <strong><span style="color: #008000;">&#8220;วันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ K sharing day&#8221;</span></strong> ณ ลานชั้น 1 และชั้น 7 อาคารกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความเข้าใจในด้านการจัดการความรู้ ในองค์กร และเปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานในสถาบันนำผลสำเร็จของการดำเนินการการจัดการความรู้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน และสามารถนำความรู้ที่ได้ภายในงานไปปรับใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานได้ ภายในงานได้มีการจัดบูธให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการความรู้ บอร์ดแสดงผลการดำเนินการด้านการจัดการความรู้ของหน่วยงานในสถาบันฯ รวมทั้งจัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน</p>
<p><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-1-Medium.JPG" rel="lightbox[632]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-635" title="KM day (1) (Medium)" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-1-Medium-150x150.jpg" alt="KM day (1) (Medium)" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-2-Medium.JPG" rel="lightbox[632]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-636" title="KM day (2) (Medium)" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-2-Medium-150x150.jpg" alt="KM day (2) (Medium)" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-4-Medium.JPG" rel="lightbox[632]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-638" title="KM day (4) (Medium)" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-4-Medium-150x150.jpg" alt="KM day (4) (Medium)" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-5-Medium.JPG" rel="lightbox[632]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-639" title="KM day (5) (Medium)" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-5-Medium-150x150.jpg" alt="KM day (5) (Medium)" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-9-Medium.JPG" rel="lightbox[632]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-643" title="KM day (9) (Medium)" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-9-Medium-150x150.jpg" alt="KM day (9) (Medium)" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-11-Medium.JPG" rel="lightbox[632]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-645" title="KM day (11) (Medium)" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-11-Medium-150x150.jpg" alt="KM day (11) (Medium)" width="150" height="150" /></a></p>
<p><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-12-Medium.JPG" rel="lightbox[632]"><img class="alignleft size-medium wp-image-634" title="KM day (12) (Medium)" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/06/KM-day-12-Medium-300x201.jpg" alt="KM day (12) (Medium)" width="300" height="201" /></a>โดยในงานครั้งนี้คณะเทคโนโลยีการเกษตรได้รับ 2 รางวัล ประกอบด้วย <span style="color: #ff0000;"><strong>รางวัลชนะเลิศในการประกวด Weblog การจัดการความรู้ &#8220;สายวิชาการ&#8221;</strong></span> และ <strong><span style="color: #ff0000;">รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 </span></strong><span style="color: #ff0000;"><strong>ในการประกวด Weblog การจัดการความรู้ </strong></span><strong><span style="color: #ff0000;">&#8220;สายสนับสนุน&#8221;</span></strong> ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของคณะกรรมการจัดการองค์ความรู้ของคณะเทคโนโลยีการเกษตรเป็นอย่างมาก และถือโอกาสนี้ขอขอบคุณสมาชิกและทีมงานทุกท่านที่มีส่วนร่วมจนทำให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เกิดขึ้นภายใน Weblog แห่งนี้ ได้รับรางวัลในการประกวดดังกล่าว และพร้อมกันนี้ใคร่ขอเรียนเชิญคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ภายในคณะท่านอื่นๆ ที่ยังไม่ได้เข้ามาสมัครเป็นสมาชิก ลองเข้ามาบันทึกความรู้และแชร์ความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อให้คณะเทคโนโลยีการเกษตรกลายเป็นองค์กรเอื้อการเรียนรู้ที่สมบูรณ์และเป็นหน่วยงานด้านการจัดการความรู้ที่ดีของสถาบันต่อไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?feed=rss2&amp;p=632</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประชาสัมพันธ์การจัด K Sharing Day ของสถาบันฯ</title>
		<link>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=628</link>
		<comments>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=628#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 May 2010 07:51:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>yingpa</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=628</guid>
		<description><![CDATA[ขอประชาสัมพันธ์การจัดงาน K Sharing Day ของสถาบันฯ ในวันที่ 20-21 พ.ค.53 ณ บริเวณชั้นล่าง ตึกสำนักงานอธิการบดี จะเป็นการจัดบอร์ดแสดงผลการดำเนินงานเกี่ยวกับ KM ของแต่ละคณะ/หน่วยงาน พร้อมทั้งมีการประกาศผลการประกวด Web blog เวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 2 หัวข้อ คือ &#8220;การให้บริการมีประสิทธิภาพ&#8221; สำหรับสายสนับสนุน และหัวข้อ &#8220;การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ&#8221; สำหรับสายวิชาการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ร่วม และมีของที่ระลึกให้ด้วย ผู้ที่ยังไม่เคยรู้จักกับ KM หรือผู้ที่คร่ำหวอดทางด้าน KM พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง
หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ เจ้าคะ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ขอประชาสัมพันธ์การจัดงาน K Sharing Day ของสถาบันฯ ในวันที่ 20-21 พ.ค.53 ณ บริเวณชั้นล่าง ตึกสำนักงานอธิการบดี จะเป็นการจัดบอร์ดแสดงผลการดำเนินงานเกี่ยวกับ KM ของแต่ละคณะ/หน่วยงาน พร้อมทั้งมีการประกาศผลการประกวด Web blog เวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 2 หัวข้อ คือ &#8220;การให้บริการมีประสิทธิภาพ&#8221; สำหรับสายสนับสนุน และหัวข้อ &#8220;การสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ&#8221; สำหรับสายวิชาการ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ร่วม และมีของที่ระลึกให้ด้วย ผู้ที่ยังไม่เคยรู้จักกับ KM หรือผู้ที่คร่ำหวอดทางด้าน KM พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง</p>
<p>หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ เจ้าคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?feed=rss2&amp;p=628</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดสวน&#8230;ชวนเที่ยว ตอนที่ 3</title>
		<link>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=609</link>
		<comments>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=609#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 May 2010 06:01:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>william</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=609</guid>
		<description><![CDATA[มาต่อกันที่ สวนที่3 เลยครับ สวนนี้มีข้อดีแตกต่างจากสวนอื่น คือมีบริการรถไฟ (รถแทรกเตอร์ ติดพ่วงยาวเป็นขบวน) สำหรับรับส่งนักท่องเที่ยว และมีมัคคุเทศก์น้อยๆ บรรยายให้ความรู้ ด้านการเกษตร นับว่ามีประโยชน์ มากเลยครับ <span style="color: #ff0000">ได้กิน ได้เทียว ได้ความรู้ </span>ไปดูกันเลยครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="text-decoration: underline"></span> </p>
<p><span style="text-decoration: underline"><span style="color: #ff0000">“สวนกำนันพงษ์”</span> </span>เป็นสวนเก่าแก่ที่สืบทอดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2510 โดยแต่เดิมบิดาคุณสุวัฒน์ เป็นผู้บุกเบิกและดูแล ซึ่งในอดีตมีเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่     ปลูกทุเรียน เงาะ เป็นหลัก ชีวิตความเป็นอยู่ก็แบบชาวสวนทั่ว ๆ ไปถึงเวลาก็มีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาดู มาเหมาตัดผลไม้ทั้งสวน โดยอาศัยประสบการณ์คาดคะเนราคา ซึ่งถ้าตาดีก็ขายได้ราคา แต่ถ้าตาไม่ดีก็ขาดทุน ชาวสวนเรียกวิธีการแบบนี้ว่า “เหมามืด”</p>
<p><span style="color: #339966">จากนักปกครอง&#8230;สู่เกษตรกร</span><br />
ในปี พ.ศ. 2527 คุณสุวัฒน์ ได้เรียนจบรัฐศาสตร์ สาขาบริหารรัฐกิจ จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และได้ทำงานในบริษัทแห่งหนึ่งแต่ก็พบว่าไม่เหมาะสมกันตัวเอง ประกอบกับในครอบครัวมีพี่น้องทั้งหมด 4 คน แต่ไม่มีใครที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ของบิดาในการทำสวน ดังนั้นภาระหน้าที่ในการดูแลสวนจึงเริ่มตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา&#8230;<br />
ปัจจุบันคุณสุวัฒน์ อายุ 44 ปี มีครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น มีภรรยาและลูกอีก 2 คน ช่วยกันทำงานสานต่อเจตนารมณ์ของบิดาและดูแลกิจการสวนเรื่อยมา นอกจากนั้นคุณสุวัฒน์ยังเป็นรองนายกอบต.พลงตาเอี่ยมและเป็นประธานกลุ่มผลิตทุเรียนเพื่อการส่งออกของตำบลพลงตาเอี่ยม ในปัจจุบันสวนกำนันพงษ์มีพื้นที่ 50 ไร่ ปลูกผลไม้นานาชนิด เช่น ทุเรียน ทั้งพันธุ์หมอนทองและพันธุ์ชะนี เงาะ มังคุด ลองกอง เป็นต้น นอกจากนั้นก็จะเป็นไม้ที่หายากที่ปลูกแซมในสวน เช่น มะขวิด ฝาง เป็นต้น ในการปลูกไม้ผลจะมีการแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วน แยกออกจากกันตามไม้ผลแต่ละชนิด แต่ก็มีบางส่วนที่ปลูกผสมผสานกัน เช่น ปลูกมังคุดแทรกในระหว่างต้นทุเรียนเพื่ออาศัยร่มเงาจากต้นทุเรียนเพราะมังคุดชอบแสงแดดรำไรและช่วยทำให้มังคุดมีผิวมันสวยงามด้วย สวนกำนันพงษ์แห่งนี้มีทุเรียนจำนวน 500 ต้นเป็นสายพันธุ์หมอนทองประมาณ 300 ต้น สายพันธุ์ชะนี 200 ต้น มังคุดประมาณ 300 ต้น ลองกอง 300 ต้นและมีเงาะหลงเหลืออยู่บ้างประมาณ 10 ต้น แต่เป็นต้นเงาะที่มีอายุถึง 40 ปี ซึ่งยังให้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพ<br />
<span style="color: #339966"><span style="color: #ff0000"><img class="alignnone size-full wp-image-621" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/05/200x133-images-stories-orchard-kamnanpong-kamnanpong04.jpg" alt="200x133-images-stories-orchard-kamnanpong-kamnanpong04" width="200" height="133" /></span></span></p>
<p><span style="color: #339966">มั่นใจ&#8230;.ระบบ GAP</span><br />
คุณสุวัฒน์ได้ให้ความสำคัญในระบบการจัดการสวนเป็นอย่างมาก โดยนำระบบ<span style="text-decoration: underline"><span style="color: #ff0000">การทำการเกษตรที่ดีมีคุณภาพ (Good Agricultural Practice: GAP)</span> </span>เข้ามาใช้ในการทำสวน ซึ่งระบบ GAP นี้เองจะช่วยให้ผลผลิตมีคุณภาพมากขึ้น และปลอดภัยต่อผู้บริโภครวมทั้งตัวเกษตรกรเอง เพราะระบบ GAP มีการควบคุมการใช้สารเคมีให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค อีกทั้งสวนของคุณสุวัฒน์เองก็ไม่ได้ใช้สารเคมีแต่อย่างใดเพราะฉะนั้นผู้บริโภคหรือนักท่องเที่ยวสบายใจได้ว่าปลอดภัยหายห่วง!!! คุณสุวัฒน์ได้กล่าวไว้ว่า&#8230;<br />
“ผมเอาต้นไม้เป็นตัวเรา เป็นบรรทัดฐาน คือต้นไม้สมมติว่าปีหนึ่งให้ผลผลิต 100 ลูก มันก็เหมือนคนทำงานหนัก ถ้าเราไม่ดูแลบำรุงให้เค้าร่างกายแข็งแรง มันก็เหมือนคนไม่แข็งแรงเดี๋ยวโรคก็เข้าแทรกแซงเบียดเบียน แล้วต้นไม้ก็เหมือนกัน เจ็บป่วยผมก็รีบรักษา คือทำให้เค้าแข็งแรงถึงที่สุด คือการจัดการอย่างดีที่สุด”</p>
<p><span style="color: #339966">จัดการผลผลิต&#8230;แก้วิกฤต&#8230;คิดนอกกรอบ</span><br />
เรื่องการจัดการด้านผลผลิต ในปีที่ผ่านมาสามารถเก็บมังคุดได้ 2 – 3 ตัน ซึ่งเป็นมังคุดคละขนาดเพราะมีการปลูกเพิ่มเติมตลอดแต่บางส่วนก็ทำได้ขนาดสำหรับส่งออกและในแต่ละปีทุเรียนสวนของคุณสุวัฒน์จะให้ผลผลิตสูงถึง 50 – 60 ตัน ถึงเวลาจะมีพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่และพ่อค้าแม่ค้าจากกรุงเทพฯ เข้ามารับซื้อถึงสวน โดยคุณสุวัฒน์จะตรวจสอบราคากับตลาดและ    ตกลงราคาผลไม้กับพ่อค้าแม่ค้าก่อนตัดเพื่อป้องกันการเสียหายและป้องกันการตัดทุเรียนอ่อน ส่วนทุเรียนที่เหลือจะนำใส่ท้ายรถกระบะขับไปขายเองไม่ว่าจะเป็นตลาดริมทาง ตลาดใน      ตัวจังหวัดระยองเองหรือแม้กระทั่งตลาดไทซึ่งเป็นจุดรวมสินค้าทางด้านเกษตร แต่ก็ประสบปัญหาเรื่องถูกกดราคาและปัญหาต้นทุนในการขนส่งที่สูงขึ้นไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าบริการค่าใช้จ่ายส่วนตัวทำให้ได้กำไรน้อยลง  จึงกลับมาคิดทบทวนว่าทำไม? เราไม่สร้างตลาดขายทุเรียนเอง โดยเน้นที่คุณภาพของผลไม้เป็นหลัก หลังจากนั้นในช่วงปี พ.ศ.2540 เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยอย่างหนัก สินค้าเกษตรซบเซา ราคาทุเรียนตกต่ำเป็นประวัติการณ์ขายไม่ได้ราคา คุณสุวัฒน์จึงปรึกษากับนายอำเภอวังจันทร์เพื่อหาแนวทางการแก้ไขช่วยเหลือเกษตรกร โดยจัดสร้างตลาดถนนผลไม้ขึ้นที่อำเภอวังจันทร์ ซึ่งเป็นตลาดที่เปิดให้เกษตรกรชาวสวนได้ นำผลไม้มาจำหน่ายโดยตรง โดยเน้นว่าต้องเป็นเกษตรกรเจ้าของสวนเอง เพื่อให้ได้ผลไม้ที่มีคุณภาพไม่หลอกลวงผู้บริโภค ซึ่งก็ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีและจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นประจำทุกปี ซึ่งภายในงานจัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ต่อมาในปีพ.ศ.2544 ได้เริ่มจัดกิจกรรมชมสวนขึ้น โดยให้นักท่องเที่ยว นั่งรถไฟชมสวน (ความจริงแล้วคือรถแทรกเตอร์  พ่วงท้าย ตกแต่งให้ได้อารมณ์และบรรยากาศรถไฟนั่นเอง) ซึ่งต่อมากลายเป็นเอกลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนกำนันพงษ์แห่งนี้</p>
<p><span style="color: #339966">ท่องเที่ยวเชิงเกษตร&#8230;เรื่องยาก แต่ไม่ยากที่จะทำ</span><br />
หากพูดถึงการท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนกำนันพงษ์ เป็นอีกสวนหนึ่งที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในการท่องเที่ยวมากอีกสวนหนึ่ง เพราะสวนกำนันพงษ์แห่งนี้ถือว่าเป็นสวนที่มีขนาดใหญ่มีเนื้อที่กว่า 50 ไร่และมีการบริหารจัดการที่ดี ผลไม้มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ สวนกำนันพงษ์เปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสชีวิตเกษตรกรชาวสวน มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2546 โดยได้รับการส่งเสริมจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และการไปศึกษา อบรม ดูงานจากสถานที่ต่าง ๆ ของคุณสุวัฒน์เอง จึงทำให้มีความเข้าใจรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและมีความมั่นใจในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาชมสวนเพิ่มมากขึ้นจากเมื่อก่อน…<br />
“ผมก็เคยไปอบรมที่ ททท. คือเมื่อก่อนก็จะแอนตี้เรื่องท่องเที่ยวนะ เพราะมีความรู้สึกว่านักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่เข้ามาเที่ยวในสวน แทนที่จะทำให้เราได้อะไรดี คือก่อนที่เราจะได้รับความรู้เรามีความรู้สึกว่า นักท่องเที่ยวเค้าเข้ามาแล้วไม่ค่อยฟังเรา เค้าเข้ามาเหมือนกับว่าจะลุยอย่างเดียว ทุกวันนี้เค้าดีขึ้น เค้าเปลี่ยนเยอะ”</p>
<p><span style="color: #339966">เปิดประตู&#8230;สู่สวน</span><br />
การเดินทางเข้าสู่สวนกำนันพงษ์ มี 2 วิธีด้วยกันคือขับรถไปเองถนนหนทางก็สะดวกสบายรับรองว่าไม่หลงเพราะมีป้ายบอกตลอดเส้นทาง หรือจะเปลี่ยนบรรยากาศนั่งรถไฟขบวนยาวที่แล่นผ่านสวนยางที่เรียงรายอยู่สองข้างทางสร้างความร่มรื่นผ่อนคลายให้กับนักท่องเที่ยว ประกอบกับเสียงบรรยายจากไกด์นำเที่ยวตัวน้อย ๆ ที่ให้ความรู้ อธิบาย ชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวตลอดเส้นทางด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความเข้าใจให้กับนักท่องเที่ยวก่อนที่จะเข้าไปถึงสวน<br />
“เพราะผมเน้นว่าเข้าเที่ยวสวนผม ผมบอก ผมจะหยุดนักท่องเที่ยวก่อนเลย คุยกับเค้าก่อนเลยนะบนรถไฟ จะมีมัคคุเทศก์นักเรียนมัธยมเข้ามาแจมด้วย คือเราฝึกเค้า หัดเด็กที่เป็นลูกชาวสวน เค้ามีความรู้เรื่องผลไม้ทุกอย่าง พอรถก่อนจะถึงสวนไหนที่ลงก็แล้วแต่ บอกนักท่องเที่ยวขอความร่วมมือว่า ผลไม้ทุกอย่างเก็บทานได้ แต่พอสมควรนะ”</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-622" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/05/201x133-images-stories-orchard-kamnanpong-kp011.jpg" alt="201x133-images-stories-orchard-kamnanpong-kp01" width="201" height="133" />        <img class="alignnone size-full wp-image-623" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/05/200x133-images-stories-orchard-kamnanpong-kamnanpong06.jpg" alt="200x133-images-stories-orchard-kamnanpong-kamnanpong06" width="200" height="133" /></p>
<p>ไกด์นำเที่ยวตัวน้อย ๆ หรือ ยุวมัคคุเทศก์ นี้เองเป็นอีกแนวความคิดของคุณสุวัฒน์ที่ต้องการให้เยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม ปลูกฝังแนวคิดด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เกิดความรัก ความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกรชาวสวน <br />
เมื่อลงจากรถไฟท่านจะพบกับความร่มรื่นสวยงามของแมกไม้นานาชนิดและพบกับ   เรือนไม้รับรองขนาดใหญ่สวยงามที่ภายในได้จัดเตรียมผลไม้สด ๆ หลากหลายชนิด อาทิ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง สละและผลไม้ท้องถิ่นตามฤดูกาล นอกจากนั้นยังมีสินค้าแปรรูปไม่ว่าจะเป็น ทุเรียนทอด ทุเรียนกวน ที่รูปร่างลักษณะโดดเด่นไม่เหมือนใครอัดเป็นชิ้นพอดีคำ จัดเตรียมไว้สำหรับนักท่องเที่ยวได้ลิ้มลองรสชาติอย่างจุใจ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะซื้อกลับไปรับประทานหรือซื้อติดไม้ติดมือเป็นของฝากได้เป็นอย่างดี ซึ่งราคานั้นก็คุ้มค่ากับคุณภาพ</p>
<p><span style="color: #339966">อิ่มกาย สบายใจ ได้ประสบการณ์</span><br />
เมื่อกินผลไม้สด ๆ ที่สวนกำนันพงษ์จัดไว้ต้อนรับแล้ว หนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อน นอนเอกเขนกรับสายลมเบา ๆ ก็แสนจะผ่อนคลาย แต่ถ้าจะให้ครบสูตรท่องเที่ยวสวนกำนันพงษ์ ก็จะต้องเดินชมสวนผลไม้นานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นเงาะที่ผลสุกแดงเต็มต้น หรือจะเป็นลองกองที่ออกผลดกเหลืองไปทั้งกิ่ง เหมาะที่จะถ่ายภาพเป็นที่ระลึก หรือจะลองเก็บผลไม้สด ๆ จากต้นก็ได้ นอกจากนี้ตลอดเส้นทางเดินชมสวนจะมีมัคคุเทศก์ค่อยบรรยาย แนะนำความรู้ เทคนิค วิธีในการทำสวน เรียกได้ว่า อิ่มท้อง อิ่มตา อิ่มใจ แล้วยังอิ่มสมองเพราะได้ความรู้เพิ่มเติมอีกด้วย<br />
 การท่องเที่ยวเชิงเกษตร นับเป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมและเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับนักท่องเที่ยวที่เบื่อหน่ายการท่องเที่ยวแบบเดิม ๆ สร้างรูปแบบการท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ สัมผัสความเป็นธรรมชาติ และวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งสวนกำนันพงษ์แห่งนี้มีสวนผลไม้ที่กว้างใหญ่ มีผลไม้หลากหลายชนิด มีบรรยากาศที่สดชื่นสวยงามและพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างสุดแสนประทับใจ&#8230;..</p>
<p><span style="color: #ff0000">“ผลไม้รสดี ราคาเป็นกันเอง ต้องมาที่ สวนกำนันพงษ์”</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?feed=rss2&amp;p=609</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดสวน&#8230;ชวนเที่ยว ตอนที่ 2</title>
		<link>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=605</link>
		<comments>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=605#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 04 May 2010 05:55:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>william</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=605</guid>
		<description><![CDATA[<span style="color: #000000">ต้องขออภัยด้วยนะครับ ที่ไม่ได้เข้ามาแนะนำสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรของจังหวัดระยองต่อ (หายไปนาน) เนื่องจากต้องเดินทางพาเกษตรกร อ.วังจันทร์ จ.ระยอง ที่สนใจการทำท่องเที่ยวเชิงเกษตรไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตั้งแต่จังหวัด จ.นครนายก จ.ลพบุรี จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งโอกาสต่อไปจะนำเสนอให้ท่านได้อ่านกันครับ</span>

<span style="color: #000000">โอกาสนี้เลยขอแนะนำท่องเที่ยวเชิงเกษตรต่อตอนที่ 2 และ ตอนที่ 3 เลยนะครับ</span>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #339966"><span style="text-decoration: underline">สวนปาหนัน&#8230; </span></span>สวนผลไม้เก่าแก่แห่งหนึ่ง ของตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เป็นสวนที่บรรพบุรุษของคุณอำนาจได้บุกเบิกและทำสวนผลไม้มามากว่า 80 ปี บนพื้นที่ 12 ไร่ ปลูกผลไม้ผสมผสานหลายชนิด เช่น ทุเรียน 30 ต้น  เงาะ 80 ต้น มังคุด 400 ต้น ลองกอง 4 ต้น โดยเจ้าของสวนปาหนัน คือ&#8230;คุณปาหนัน  โพธิ์แก้ว&#8230; โดยแต่เดิมนั้นสวนปาหนันทำการเกษตรเช่นเดียวกันกับสวนทั่วไป คือ จัดการ ดูแล และเก็บไปขาย ซึ่งไม่สามารถตั้งราคาขายเองได้ ถ้าปีใดที่ราคาผลไม้ตกต่ำ สวนก็ขาดทุน&#8230; จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2546 มีเจ้าหน้าที่เกษตรตำบล และเกษตรอำเภอมาแนะทำให้จัดท่องเที่ยว และเกิดเป็นท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนปาหนัน โดยมีคุณอำนาจเป็น&#8230;หัวเรือใหญ่&#8230;ดูแลและบริหารจัดการเรื่องต่าง ๆ หรือเรียกว่าเป็นผู้จัดการสวนนั่นเอง    <span style="color: #339966"><span style="text-decoration: underline"><img class="alignright size-full wp-image-626" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/05/200x133-images-stories-orchard-panan-panan071.jpg" alt="200x133-images-stories-orchard-panan-panan07" width="289" height="158" /></span></span><img class="aligncenter size-full wp-image-625" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/05/200x133-images-stories-orchard-panan-panan061.jpg" alt="200x133-images-stories-orchard-panan-panan06" width="406" height="148" /></p>
<p>ซึ่งคุณอำนาจได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการเปิดสวนว่า&#8230;<br />
 “มีเจ้าหน้าที่เกษตรมาแนะนำให้ทำท่องเที่ยวเชิงเกษตร จะได้ไม่ต้องขายให้พ่อค้าคนกลาง ก็ลองทำดู คิดแล้วก็ดีทำตรงนี้เราก็ไม่ต้องขนย้ายไปข้างนอก ขายให้นักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวเค้าก็พอใจ บางทีถูกหรือแพงกว่าบาทสองบาท นักท่องเที่ยวเค้าก็เต็มใจให้เรา”<br />
 ปี พ.ศ. 2546 เป็นปีแรกของการเปิดสวนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยเปิดช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 400 คน โดยคุณอำนาจได้จัดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ในราคา 50 บาท/คน และนำเที่ยวชมพืชพันธุ์ ผลไม้ในสวนพร้อม ๆ กับการให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวไปด้วย แต่เนื่องจากเป็นการเปิดสวนปีแรก จึงขาดความพร้อมหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสถานที่ ขาดป้ายบอกทางตามจุดสำคัญ ทำให้นักท่องเที่ยวหาทางเข้ามาลำบาก อีกทั้งบุคลากรที่ยังขาดความรู้ด้านการต้อนรับ การบริการ และที่สำคัญคือยังขาดการโฆษณาประชาสัมพันธ์&#8230;</p>
<p><span style="color: #339966">เรียนรู้ปัญหา&#8230;.นำมาปรับใช้</span><br />
 หลังจากลองผิดลองถูกจากการเปิดสวนเป็นท่องเที่ยวเชิงเกษตรในปีแรก ทำให้พบปัญหาหลายด้าน คุณอำนาจจึงเรียนรู้ และนำมาปรับใช้ในการเปิดสวนปีที่สอง (ปี 2547) โดยกิจกรรมหลัก ๆ ภายในสวนนั้นยังมีการนำชมสวนพร้อมกับให้ความรู้ และจัดบุฟเฟต์ผลไม้โดยคิดราคา   60 บาท/คน แต่ได้มีการปรับปรุงด้านอื่น ๆ คือ เปลี่ยนหลังคาที่พักรับประทานบุฟเฟต์ผลไม้จากหลังคามุงจากมาเป็นกระเบื้องและเทพื้นปูนเพื่อป้องกันการเฉอะแฉะเวลาฝนตก ในสวนผลไม้ได้เตรียมการตัดหญ้าตามเส้นทางเดินสวนเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินได้สะดวกและปลอดภัย แต่ไม่ได้กั้นเชือกตามเส้นทางเดิน เนื่องจากคุณอำนาจได้มีการทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวก่อนเข้าชมสวนว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร ส่วนด้านแรงงานนั้น หากนอกฤดูกาลท่องเที่ยวสวนปาหนันจะไม่ได้จ้างแรงงานประจำ แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูเปิดสวนท่องเที่ยวจะจ้างแรงงาน 3 คน สำหรับเก็บผลไม้ ประชาสัมพันธ์ 1 คน และหลาน ๆ 2 คน พานักท่องเที่ยวเดินชมสวน <br />
นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำสมุดเยี่ยมเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ติชมรวมทั้งให้คำแนะนำแก่เจ้าของสวน   และ&#8230;.สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในการที่จะทำสวนให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยว ก็คือ การประชาสัมพันธ์ ซึ่งในปีที่สองนี้คุณอำนาจได้ทำการประชาสัมพันธ์มากขึ้น มีการจัดทำป้ายโฆษณาสวน ป้ายบอกทางตามจุดต่าง ๆ ที่สำคัญ โบรชัวร์ รวมทั้งได้รับการช่วยเหลือด้านประชาสัมพันธ์จาก องค์การบริหารส่วนตำบลตะพง (อบต.) และ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)<br />
 จากการทำประชาสัมพันธ์ในหลายด้าน ทำให้ในปีที่สองนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมสวนมากกว่าปีแรก โดยมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 1,500 คน นอกจากนี้คุณอำนาจได้เข้าการอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพของตนเองในการทำสวนท่องเที่ยว โดยเข้ารับการอบรมเจ้าบ้านที่ดีของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย การอบรมภาษาอังกฤษ การต้อนรับและการบริการนักท่องเที่ยว ที่จัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งการเรียนรู้ปัญหา นำมาปรับใช้ และการแสวงหาความรู้ใหม่ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สวนปาหนันได้รับความประทับใจ และเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ทำให้ในการเปิดสวนท่องเที่ยวปีที่สาม (พ.ศ. 2548) มีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 2,000 คน แต่คุณอำนาจก็ยังคงรักษาราคาบุฟเฟต์ผลไม้ให้เท่ากับปีที่สอง คือ     60 บาท/คน แต่เนื่องจากเป็นปีที่ประเทศไทยประสบกับภาวะน้ำมันขึ้นราคา ซึ่งได้เกิดผลกระทบไปทุกภาคส่วน รวมทั้งสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น ทำให้ในปีที่สี่นี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามา 1,000 กว่าคน และส่งผลต่อเนื่องในปีต่อมา (พ.ศ. 2550) สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ราคาน้ำมันที่ยังคงสูงขึ้น จึงมีนักท่องเที่ยวที่เข้ามาประมาณ 1,000 กว่าคน แต่         คุณอำนาจยังตั้งใจ และพร้อมที่จะก้าวต่อไป เพราะการทำสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรนอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวแล้ว ยังเป็นการกระจายรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย โดยในปัจจุบันนี้ (2553) ได้ปรับราคาบุฟเฟต์ผลไม้ เป็น 99 บาท/คน</p>
<p><span style="color: #339966">จุดเริ่ม&#8230;โฮมสเตย์สวนปาหนัน<br />
</span> ในปี 2546 เป็นปีแรกที่เปิดท่องเที่ยวเชิงเกษตรสวนปาหนัน และเป็น   ปีเดียวที่โฮมสเตย์ได้เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน ซึ่งคุณอำนาจได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการทำโฮมสเตย์ให้ฟังว่า  “ตอนแรกนั้นยังไม่ได้คิดจะเปิดเป็นโฮมสเตย์ จะทำเป็นบ้านรับรอง เผื่อเวลาที่มีลูกหลานมารวมกลุ่มกัน อย่างน้อยกลับมาก็มีที่พัก ก็บอก     พี่น้องทุกคนว่าเรามารวมกลุ่มกันลงทุนตามกำลังทรัพย์และกำลังแรงที่มี” <br />
เมื่อบ้านพักเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณอำนาจต้องการให้เป็นแหล่งรายได้เสริมแก่ครอบครัว ด้วย เลยคิดทำเป็นบ้านพักและติดป้ายว่า&#8230;โฮมสเตย์สวนปาหนัน&#8230;หลังจากนั้นจึงได้รับเชิญเข้าประชุมกับกระทรวงการท่องเที่ยว และได้รับคำแนะนำว่าในการจะเปิดโฮมสเตย์ควรจะมีการรวมกลุ่มกันเป็นการสร้างเครือข่าย คุณอำนาจได้กลับมาเสนอกับพี่น้องเรื่องการทำโฮมสเตย์<br />
 “พอไปประชุมที่ท่าด่านกลับมา ลุงก็มาบอกพี่น้องว่า เราจะรวมกลุ่มกันทำโฮมสเตย์ไหม แขกไปใครมาพักเหมือนพี่น้อง แต่อย่างไปมองเป็นธุรกิจนะ เดี๋ยวจะคิดเสียดายขาดทุน ลุงคิดว่าถ้ารวมกลุ่มกันได้ สักวันจะมีกองทุนไว้ เผื่อลูกหลานเรามันไม่แน่นอน ลูกหลานคนไหนไม่มีทุน เราอาจจะให้ทุนเค้าไปเรียนก็ได้ ลุงคิดแบบนี้ บอกให้พี่น้องเข้าใจกัน”<br />
คุณอำนาจ ได้รวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านที่สนใจรวมทั้งหมด 8 หลัง ส่งให้คณะกรรมการมาประเมินงาน (มีการประเมิน 2 ปี / 1 ครั้ง) ซึ่งผ่านเกณฑ์การประเมินทั้งหมด 6 หลัง และเปิดเป็นโฮมสเตย์ในปลายปี 2546 โดยมีการแต่งตั้งประธานกลุ่ม (คุณอำนาจ อ่างศิลา) รองประธาน ที่ปรึกษา และคณะกรรมการกลุ่ม แต่เนื่องจากปีแรกยังขาดการประชาสัมพันธ์จึงยังไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก</p>
<p><span style="color: #339966">บริหารจัดการ&#8230;โฮมสเตย์<br />
</span> การเปิดโฮมสเตย์ปีแรก (พ.ศ. 2546) ยังไม่มีนักท่องเที่ยวมาเข้าพัก พอเข้าสู่ปีที่สอง (ปี 2547) ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลับบูรพา โดยทางมหาวิทยาลัยให้การสนับสนุนทำ โบรชัวร์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ช่วยทำประสัมพันธ์ให้ นอกจากนี้คุณอำนาจยังได้จัดทำโบรชัวร์เองเพื่อแจกนักท่องเที่ยว จะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ของการทำโฮมสเตย์เป็นเรื่องการประชาสัมพันธ์ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นก็จะเป็นค่าปัดกวาด ซักเครื่องนอน ซึ่งจะจ้างลูกหลานที่ว่างอยู่โดย ให้ค่าจ้างตามความเหมาะของงาน และคุณอำนาจยังได้ลงทุนสร้างห้องน้ำเพิ่ม เทพื้นคอนกรีตทางเข้าโฮมสเตย์ เพราะปีที่ผ่าน ๆ มา เวลาที่ฝนตก จะทำให้รถเข้าลำบาก<br />
จากการทำประชาสัมพันธ์ จึงมีนักท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาพัก และองค์การบริหารส่วนตำบลตะพงได้ให้การสนับสนุนจักรยาน 11 คัน คุณอำนาจจึงเริ่มคิดสร้างกิจกรรมให้กับนักท่องเที่ยว มีทั้งกีฬาเปตอง ปั่นจักรยานดูทัศนียภาพ ดูสวนเกษตร นอกจากนี้คุณอำนาจยังจัดโปรแกรมพาเที่ยวป่าไม้ชุมชน ไหว้พระที่เขาพระบาท และวัดยายดา เพื่อสร้างความเพลิดเพลินและให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชน ทำให้ในปี 2548 นั้นมีนักท่องเที่ยวมาพักประมาณ 500 คน และ ปี 2549 มีนักท่องเที่ยวเข้าพักประมาณ 600 คน โดยมีทั้งที่เป็นกลุ่มใหญ่ และกลุ่มย่อย<br />
 โฮมสเตย์สวนปาหนัน และเครือข่าย สามารถรับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 50 คน ในราคา 350 บาทต่อคน/คืน มีอาหาร 2 มื้อ (มื้อเช้าและเย็น) เวลาที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาถ้าเป็นกลุ่มใหญ่ก็จะแบ่งเป็นกลุ่มไปพักตามบ้านเครือข่าย     ซึ่งทางกลุ่มจะหักค่าบริหารจัดการและประชาสัมพันธ์ 20 บาท/คน  โดยนักท่องเที่ยวจะมารวมตัวกันอีกครั้งที่สวนปาหนันในตอนเย็นเพื่อรับประทานอาหาร และมีกิจกรรมในตอนกลางคืน คือการเชิญเจ้าของบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน และกรรมการหมู่บ้านมาแลกเปลี่ยนความคิดกัน</p>
<p><span style="color: #339966">ห้าปีผ่านไป&#8230;.ก้าวใหม่ที่จะเริ่ม</span><br />
 ผ่านมาแล้ว&#8230;..ห้าปี กับการเรียนรู้ จนนำมาสู่การแบ่งปันประสบการณ์ทำสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร และโฮมสเตย์ ของคุณอำนาจ อ่างศิลา โดยคุณอำนาจกล่าวให้ฟังว่า<br />
 “การเปิดสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรทำให้ขายผลิตจากในสวนโดยที่ไม่ต้องขนไปขาย คนชุมชนก็มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายของให้กับนักเที่ยว ที่สำคัญคือได้ความรู้ใหม่ ๆ…”<br />
นอกจากนี้ในอนาคตคุณอำนาจมีความคิดหลายอย่างในการพัฒนาสวนท่องเที่ยวและโฮมสเตย์ ให้เป็นที่น่าประทับใจ ทั้งการปรับปรุงภูมิทัศน์ของสวน สร้างสินค้าแปรรูปของตนเอง ในส่วนของโฮมสเตย์นั้น คุณอำนาจต้องการสร้างเครือข่ายให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น และต้องการที่จะสร้างคน    รุ่นใหม่ ๆ ที่มีใจรักอยากทำ และได้ฝากทิ้งท้ายสำหรับผู้ที่สนใจเปิดสวนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร หรือต้องการทำโฮมสเตย์ว่า&#8230;</p>
<p><span style="color: #ff0000">“ต้องถามตนเองก่อนว่ามีใจรักอยากทำไหม ถ้ามีใจรักอยากทำ ต้องตอบตนเองให้ได้ว่าอะไรเป็นจุดเด่นของสวน สร้างจุดเด่นเป็นของตนเองให้ได้&#8230;”</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?feed=rss2&amp;p=605</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;อินเทอร์เน็ต&#8221; เครื่องมือสนับสนุนการเรียนการสอนในยุคดิจิตอล ตอนที่ 1</title>
		<link>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=578</link>
		<comments>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=578#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Apr 2010 07:29:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>ณัฐกร สงคราม</dc:creator>
				<category><![CDATA[การเรียนการสอน]]></category>
		<category><![CDATA[อินเทอร์เน็ต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=578</guid>
		<description><![CDATA[อินเทอร์เน็ตไม่ได้เป็นแค่แหล่งสืบค้นข้อมูลเพื่อใช้เตรียมสอนเท่านั้น แต่สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนการสอนในลักษณะอื่นๆ ได้อีกมากมาย ผมอยากจะแนะนำ "<span style="color: #993300"><strong>แนวทางในการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน</strong></span>" เพื่อให้ท่านอาจารย์หรือสมาชิกที่เข้ามาอ่านได้นำไปทดลองใช้กับรายวิชาที่ตนเองรับผิดชอบอยู่นะครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_582" class="wp-caption alignright" style="width: 168px"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/com.jpg" rel="lightbox[578]"><img class="size-medium wp-image-582  " src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/com-225x300.jpg" alt="com" width="158" height="211" /></a><p class="wp-caption-text"> </p></div>
<p>คงปฏิเสธไม่ได้นะครับว่าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์กลายเป็นเครื่องมือหลักในการสนับสนุนการเรียนการสอนของยุคปัจจุบัน ทั้งในส่วนของผู้สอน ผู้เรียน รวมทั้งการบริหารจัดการของสถานศึกษา เราคงไม่พูดถึงในแง่ของ Hardware นะครับ เพราะรู้กันอยู่ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทำอะไรได้บ้าง แต่เราจะพูดถึงในด้านของอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะในส่วนของอาจารย์ผู้สอน</p>
<p>ผมเชื่อว่าอาจารย์ส่วนใหญ่ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการสืบค้นข้อมูลมาใช้ประกอบการบรรยายของตน โดยเฉพาะอาจารย์รุ่นใหม่ๆ ที่เติบโตมากับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และเครือข่าย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความสะดวก รวดเร็ว และได้ข้อมูลที่มันสมัย <strong><span style="color: #008000">แต่อินเทอร์เน็ตไม่ได้เป็นแค่แหล่งสืบค้นข้อมูลเพื่อใช้เตรียมสอนเท่านั้น เรายังสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนการสอนในลักษณะอื่นๆ ได้อีกมากมาย</span></strong> ยกตัวอย่างเช่น</p>
<ul>
<li>ให้ผู้เรียน Download คำอธิบายรายวิชา เอกสารการสอน PowerPoint และเอกสารอื่นๆ</li>
<li>ใช้นำเสนอเนื้อหาของรายวิชาแทนการบรรยายในห้องเรียน</li>
<li>จัดทำหรือรวบรวมเว็บไซต์ รวมทั้งฐานข้อมูลออนไลน์เพื่อเป็นแหล่งการเรียนรู้เสริมจากในห้องเรียน</li>
<li>ใช้เพื่อการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และผู้เรียนกับผู้เรียน</li>
<li>ส่งการบ้านหรือรายงานผ่านช่องทางต่างๆ เช่น E-mail</li>
<li>จัดกิจกรรมการประชุม/อภิปรายผ่าน MSN, Webboard, Chat, Web conference</li>
<li>ให้ผู้เรียนบันทึกความรู้หรือสรุปสิ่งที่ได้เรียนผ่าน Blog, Webboard</li>
<li>ใช้ในการทดสอบหรือทำแบบฝึกหัด</li>
</ul>
<p>ซึ่งในที่นี้ ผมขอสรุป <span style="color: #ff0000"><strong><span style="color: #008000">แนวทางการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้เป็นเครื่องมือสำหรับสนับสนุนการเรียนการสอน</span> </strong></span>ออกเป็น 3 แนวทาง คือ</p>
<ol>
<li><span style="color: #008000"><strong>ใช้เป็นแหล่งสารสนเทศเพื่อการค้นคว้าข้อมูลสำหรับผู้สอนและผู้เรียน</strong></span></li>
<li><span style="color: #008000"><strong>ใช้เพื่อการติดต่อสื่อสาร และเป็นช่องทางนำเสนอเนื้อหารวมทั้งจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเสริมจากในห้องเรียน</strong></span></li>
<li><span style="color: #008000"><strong>ใช้สำหรับการเรียนการสอนแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-เลินนิ่ง (E-learning)</strong></span></li>
</ol>
<p>ทั้ง 3 แนวทางเป็นการแบ่งตามระดับของการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน โดยที่ 2 ข้อแรก เป็นแนวทางที่ผู้สอนแต่ละคนสามารถนำไปใช้กันได้เอง และมีการใช้โดยทั่วไปในประเทศไทย ส่วนแนวทางที่ 3 ยังถือว่ามีการนำไปใช้อย่างเป็นรูปธรรมอยู่น้อย เมื่อเทียบกับปริมาณหลักสูตรทั้งหมดในประเทศไทย เนื่องจากการจัดการเรียนการสอนแบบ E-learning อย่างเต็มรูปแบบนั้นต้องอาศัยทั้งบุคลากรและระบบรองรับที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งคุณลักษณะของผู้เรียนที่ต้องเอื้อต่อการเรียนรู้ในลักษณะนี้ ส่วนใหญ่จึงเป็นเพียงแค่การพัฒนาระบบ E-learning ขึ้นมาและใช้ในรูปแบบการเรียนแบบผสมผสาน (Blended Learning) กับการเรียนการสอนในห้องเรียนเท่านั้น</p>
<p>ในบันทึกตอนต่อๆ ไป ผมจะแนะนำตัวอย่างหรือวิธีการนำอินเทอร์เน็ตมาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนการสอนตามแนวทางต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว เผื่อท่านอาจารย์หรือสมาชิกที่เข้ามาอ่านได้นำไปทดลองใช้กับวิชาที่ตนเองรับผิดชอบอยู่นะครับ</p>
<div id="attachment_596" class="wp-caption alignleft" style="width: 204px"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/dali-e-learning.jpeg" rel="lightbox[578]"><img class="size-full wp-image-596  " src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/dali-e-learning.jpeg" alt="dali-e-learning" width="194" height="194" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบจาก http://kinan130196.wordpress.com/2009/04/</p></div>
<p><em>ก่อนจบตอนนี้ขอฝากไว้อีกนิดนะครับ&#8230; </em></p>
<p><em>หลายสิบปีที่แล้ว สมัยที่ ICT เข้ามาใหม่ๆ และก่อให้เกิดกระแสตื่นตัวในการนำมาใช้ในการเรียนการสอน จนถึงกับมีคนกล่าวว่า ICT จะเข้ามาแทนที่ครูในอนาคต แต่..จวบจนปัจจุบัน ก็ยังไม่มี ICT ตัวใดจะแทนที่ครูได้ อย่างไรก็ตามคำพูดอีกประโยคที่เริ่มเป็นจริงเป็นจังแล้ว และเราในฐานะครูคนหนึ่งที่ควรตะหนักไว้ นั่นก็คือ <span style="color: #ff0000"><strong>&#8220;แม้ ICT จะยังแทนที่ครูไม่ได้ แต่ครูที่ไม่ใช้ ICT จะถูกลดบทบาทโดยครูที่ใช้ ICT&#8221;</strong></span></em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?feed=rss2&amp;p=578</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;ประจวบคีรีขันธ์&#8221; จังหวัดทางผ่านที่ไม่ควรแค่ผ่าน ตอนที่ 3</title>
		<link>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=539</link>
		<comments>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=539#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Apr 2010 11:58:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.Photo</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=539</guid>
		<description><![CDATA[มาถึงวันสุดท้ายของโปรแกรมทัวร์ ซึ่งก็กลับเส้นทางเดิมนั่นแหละ แต่<strong><span style="color: #ff0000">ยังมีอีกหลายที่ที่เราสามารถแวะเที่ยวชมได้</span></strong> ซึ่งผมพยายามจัดโปรแกรมสถานที่ของวันนี้ไว้ไม่มากไม่น้อยเกินไป และพยายามให้มีความหลากหลายเมื่อรวมกับ 2 วันที่ผ่านมา พร้อมแล้วคลิกเข้ามาดูเลยครับ..]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันกลับทั้งทีก็คงต้องแวะหลายที่หน่อย ไหนๆ มาแล้วก็ให้คุ้ม ซึ่งถ้าตามแผนนี้ก็คงต้องตื่นเช้าหน่อย แต่ท่านใดที่ยังไม่อยากรีบออกเดินทางก็ตัดโปรแกรมบางที่ออกไปได้เลยครับ หรือจะผสมกันใหม่ก็ได้</p>
<p><span style="color: #ff0000">8.30 น. &#8211; 9.00 น.</span> ออกเดินทางจากที่พักกลับเข้าสู่ถนนเพชรเกษม อาหารเช้าตามอัทธยาศัยครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000">10.00 น.</span> แวะ<span style="text-decoration: underline">อุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้า ณ หว้ากอ</span> มีสถานที่น่าสนใจมากมายไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ อาคารดาราศาสตร์และอวกาศ  พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สวนผีเสื้อ ผมเคยแต่เข้าไปในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ ส่วนที่อื่นๆ แค่ผ่านด้านนอกเลยไม่ทราบว่าเป็นอย่างไร แนะนำว่าแวะซักที่นึงซึ่งคนทั่วไปส่วนใหญ่จะแวะที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ส่วนที่เหลือมักจะเป็นแนวของการทัศนศึกษาเสียมากกว่า ใช้วิธีนั่งรถม้าที่มีบริการด้านในแถวๆ ริมทะเลนั่งชมรอบๆ ดูก็ได้บรรยากาศดีเหมือนกันครับ</p>
<p><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/1251356517.jpg" rel="lightbox[539]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-544" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/1251356517-150x150.jpg" alt="1251356517" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/DSC03899.JPG" rel="lightbox[539]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-545" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/DSC03899-150x150.jpg" alt="DSC03899" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/Image050.jpg" rel="lightbox[539]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-546" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/Image050-150x150.jpg" alt="Image050" width="150" height="150" /></a></p>
<p>ในส่วนของ<span style="text-decoration: underline">พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ </span>เมื่อก่อนเข้าฟรี เดี๋ยวนี้เสีย 20 บาท (ถ้าจำไม่ผิด) นับว่าถูกมาก ข้างในมีส่วนแสดงเกี่ยวกับสัตว์น้ำมากมาย มีอุโมงค์ปลาด้วยนะครับ และมีการสาธิตให้อาหารปลาในตู้ปลาใหญ่ด้วย ใครพาเด็กๆ ไปน่าจะชอบ อยู่ที่นี่ไม่น่าจะเกินสองชั่วโมงจากนั้นออกเดินทางต่อ แวะทานข้าวเที่ยงแถวกุยบุรี หรือปราณบุรีก็ได้ครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/743104862565317205281913910636.jpg" rel="lightbox[539]"><img class="alignright size-medium wp-image-542" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/743104862565317205281913910636-300x214.jpg" alt="743104862565317205281913910636" width="300" height="214" /></a>14.00 น.</span> แวะเข้าชม<span style="text-decoration: underline">พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน</span> ก่อนถึงชะอำ เป็นพระราชวังสร้างในสมัยร.6 ด้านในสวยงามมากครับ ร่มรื่น และมีประวัติศาสตร์ให้ได้เรียนรู้ แต่อาจเดินเหนี่อยหน่อยถ้าจะดูให้รอบ ค่าบริการรู้สึกจะ 30 บาท ตั้งอยู่ในค่ายพระราม 6 ด้านหน้ามีร้านอาหารหลายร้านใครที่ไม่ได้ทานข้าวเที่ยงที่อื่นรวบมาทานที่นี่ก่อนเข้าเยี่ยมชมก็ได้ครับ ตรงจุดซื้อตั๋วมีบริการจักรยานด้วยทั้งแบบเดี่ยว แบบคู่ และแบบทีม แต่ปั่นมาได้เฉพาะหน้าประตูเข้าวังนะครับ (ประมาณไม่เกิน 200 เมตร) เอาเข้าไปในวังไม่ได้ ส่วนใหญ่ที่ไม่รู้เช่ามาก็ต้องจอดไว้ข้างนอก หรือไม่ก็ปั่นเล่นไปป่าชายเลนแถวนั้น ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ใส่กางเกงหรือกระโปงสั้นเหนือเข่าเข้า (แต่มีบริการผ้าซิ่นหรือกางเกงเล จำไม่ได้แล้ว) และถ้าเป็นกล้องถ่ายภาพขนาดใหญ่ต้องเอาไปลงทะเบียนก่อน เลนส์ยาวๆ นี่เค้าห้ามเลยครับ อีกอย่างที่สำคัญคือเข้าไปแล้วห้ามส่งเสียงดัง ห้ามกระโดด ห้ามนั่งโดยปลายเท้าชี้ออกมา ห้ามถ่ายรูปบางจุด และอีกหลายข้อห้ามซึ่งก็ถูกต้องแล้วเพราะเป็นเขตพระราชฐาน อ้อ..ถ้าไปเป็นหมู่คณะ ต้องทำหนังสือขออนุญาตไปล่วงหน้านะครับ ผมเคยพานักศึกษากลุ่มใหญ่เข้าไปเจอเจ้าหน้าที่เดินมาต่อว่าด้วย แต่ก็ยอมให้เที่ยวชมได้ (เหตุที่ต้องขอ เพราะเค้าต้องการดูวัตถุประสงค์ และจะได้มีการบรรยายให้ทราบทั้งความรู้และกฏระเบียบก่อนเข้าไป) ส่วนที่ไปเป็นคู่เป็นครอบครัวไม่่เป็นไรครับ (คำแนะนำถ้าไปเป็นกลุ่มใหญ่โดยไม่ขออนุญาตล่วงหน้า ให้กระจายกันเข้าไปนะครับ อย่าเข้าไปพร้อมกัน และถ้าเค้ามาถามก็บอกว่าไม่รู้จักกัน 555) ที่นี่ก็อยู่เดินเล่นสบาบๆ ซักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ได้ครับ</p>
<p><span style="color: #ff0000"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/A899000.jpg" rel="lightbox[539]"><img class="alignleft size-medium wp-image-548" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/A899000-300x225.jpg" alt="A899000" width="300" height="225" /></a>16.30 น.</span> แวะทานอาหารทะเลที่<span style="text-decoration: underline">ชะอำ</span> (สำหรับท่านที่ยังไม่เต็มที่กับอาหารทะเลที่บ้านกรูด) แนะนำให้ขับรถเข้าไปจนสุดเลียบหาดชะอำไปถึงทางเข้าวัดเนรัญชราราม จะเจอร้านอาหารทะเลมากมาย เพราะแถวนั้นเป็นบริเวณสะพานปลา อาหารทะเลจะถูกกว่าแถวๆ ด้านนอกหรือแถวหาดชะอำที่คนไปเล่นน้ำ</p>
<p>ถ้าถามว่าร้านไหนก็คงแนะนำ &#8220;<span style="text-decoration: underline">ร้านเยาว์ซีฟู้ด</span>&#8221; เพราะไปที่ไรก็ร้านนี้เลยไม่รู้ว่าร้านอื่นเป็นไง (นี่ถ้าเค้ารู้ว่าโฆษณาให้เค้าจะมีส่วนลดให้เรามั้ยเน้อ แต่ร้านนี้ก็มีคนพูดถึงเยอะ ส่วนร้านอื่นลองดูว่าร้านไหนคนเยอะก็เอาร้านนั้นแหละครับ รอไม่นานมากแต่รสชาติเยี่ยม) เราไปยืนชี้เอาเลยว่าจะเอาอะไร ไม่ว่าจะปู ปลาหมึก หอย หรือหากไม่มีเดี๋ยวเค้าก็ไปหาร้านข้างๆ ให้</p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/749-attachment.jpg" rel="lightbox[539]"><img class="size-medium wp-image-549 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/749-attachment-300x225.jpg" alt="749-attachment" width="243" height="183" /></a><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/DSCF6122.JPG" rel="lightbox[539]"> <img class="alignnone size-medium  wp-image-553" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/DSCF6122-300x225.jpg" alt="DSCF6122" width="243" height="183" /></a><span style="color: #ff0000"><br />
</span></p>
<p style="text-align: left"><span style="color: #ff0000">18.00 น. </span>วิ่งยาวกลับกรุงเทพฯ ระหว่างทาง<span style="text-decoration: underline">แวะซื้อของฝากแถวเพชรบุรี </span>ถึงกรุงเทพฯ ไม่น่าจะเกิน 3 ทุ่ม (ดึกเกินไปมั้ยเนี่ย)</p>
<p>ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงเป็นข้อมูลให้หลายๆ ท่านนำไปใช้ประโยชน์ได้บ้างนะครับกับช่วงปิดเทอมนี้ จริงๆ ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจระหว่างเส้นทางให้ท่านได้แวะเข้าไปเยี่ยมเยียน เช่น อุทยานเขาสามร้อยยอด ถ้ำพระยานคร วัดตาลเจ็ดยอด หาดวนกร น้ำตกห้วยยาง หาดหัวหิน ตลาด(โต้รุ่ง)หัวหิน โครงการชั่งหัวมัน เขาวัง พระราชวังบ้านปืน เป็นต้น แต่ในที่นี้คงนำเสนอได้ไม่หมด ส่วนข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ที่เสนอไปหากตกหล่นประการใด ท่านที่รู้ช่วยเพิ่มเติมด้วยนะครับ แล้วพบกันในบันทึกครั้งต่อไปครับ&#8230;</p>
<p>ปล. ขอบคุณเจ้าของภาพจากอินเทอร์เน็ตทุกภาพ บางภาพไม่มีชื่อเจ้าของภาพต้องขอโทษด้วยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?feed=rss2&amp;p=539</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;ประจวบคีรีขันธ์&#8221; จังหวัดทางผ่านที่ไม่ควรแค่ผ่าน ตอนที่ 2</title>
		<link>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=506</link>
		<comments>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=506#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Apr 2010 09:59:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.Photo</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=506</guid>
		<description><![CDATA[มาถึงโปรแกรมวันที่ 2 วันนี้แนะนำที่เที่ยวไม่มากเพราะถือว่าเป็นวันพักผ่อนจริงๆ เน้น<span style="color: #ff0000"><strong>การสัมผัสธรรมชาติทางทะเลล้วนๆ</strong></span> ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำดูประการังที่บางสะพานซึ่งนับว่าสวยงามไม่แพ้ที่อื่น รวมทั้งขอแนะนำอ่าวเล็กๆ แห่งหนึ่งที่แม้จะงดงามน้อยกว่าในอดีต แต่ก็เคยได้ชื่อว่าเป็นอ่าวในฝันของผู้เขียนเอง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>โปรแกรมวันที่ 2 </strong>(เน้นทะเล หาดทราย และสายลม)</p>
<p><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/5_12398480031.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="alignleft size-medium wp-image-513" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/5_12398480031-200x300.jpg" alt="5_12398480031" width="200" height="300" /></a>ช่วงเช้า แนะนำให้ไปนั่งเรือดำน้ำ (สน็อกเกิลผิวน้ำ) ที่<span style="text-decoration: underline">เกาะทะลุ</span> (ท่านควรถามและติดต่อรีสอร์ตล่วงหน้าในวันแรกที่มาถึงว่ามีบริการหรือไม่ ส่วนค่าใช้จ่ายไม่ทราบว่าปัจจุบันเท่าไหร่ แต่ตอนผมไปไม่กี่ร้อยบาท) สมัยผมไปต้องขับรถประมาณ 20 นาทีไปขึ้นเรือที่<span style="text-decoration: underline">หาดแม่รำพึง</span> เนื่องจากให้ทางรีสอร์ตจองเรือไว้ให้ที่นั่น (เจ้าอื่นไม่ทราบว่าเหมือนกันหรือไม่) วันที่ผมไปปรากฏไม่มีลูกค้าคนอื่นเลย มีแต่ผมกับเพื่อนรวม 3 คน เรือก็ออกไปให้นะครับ ทั้งลำมี 4 คน (รวมคนขับเรือ) น้ำทะเลใส ประการังแม้จะไม่เท่าฝั่งอันดามันแต่ก็ถือว่าสวยใช้ได้ทีเดียว รู้สึกจะเป็นแหล่งปะการังน้ำตื้นที่สวยที่สุดของประจวบฯ แต่เสียดายคราวนั้นไม่ได้ขึ้นไปบนเกาะเนื่องจากคนเรือบอกว่าเป็นเกาะส่วนบุคคล เลยได้แต่ขับวนเล่นน้ำไปรอบๆ เกาะ (เดี๋ยวนี้ให้ขึ้นรึยังก็ไม่รู้)</p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/dsc3268.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="alignnone size-thumbnail  wp-image-517" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/dsc3268-150x150.jpg" alt="_dsc3268" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/dsc2152.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="alignnone size-thumbnail  wp-image-518" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/dsc2152-150x150.jpg" alt="_dsc2152" width="150" height="150" /></a><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/P1020959.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="alignnone size-thumbnail  wp-image-511" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/P1020959-150x150.jpg" alt="P1020959" width="150" height="150" /></a><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/talu.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-516" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/talu-150x150.jpg" alt="talu" width="150" height="150" /></a><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/123884732722.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-514" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/123884732722-150x150.jpg" alt="123884732722" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/picture_286255093201.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-519" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/picture_286255093201-150x150.jpg" alt="picture_286255093201" width="150" height="150" /></a></p>
<p style="text-align: center">
<p>เวลาทั้งสิ้นก็น่าจะประมาณครึ่งวัน ถ้าไม่เอาอาหารเที่ยงไปทานบนเรือ  ก็ค่อยกลับมาทานแถวหาดแม่รำพึง หรือขับรถออกไปทานที่<span style="text-decoration: underline">อ่าวบอทองหลาง</span>ซึ่ง เป็นอ่าวเล็กๆ ที่อยู่ใกล้ (ประมาณ 3-4 กิโลจากหาดแม่รำพึง)  ผมเคยไปที่อ่าวแห่งนี้เมื่อประมาณปี 37-38 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมไปบางสะพาน  (สมัยนั้นทำงานถ่ายสารคดีต้องเดินทางไปทั่วประเทศและหาสถานที่แปลกๆ ใหม่ๆ  มานำเสนอ)</p>
<div id="attachment_507" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_2752c1.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="size-medium wp-image-507  " src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_2752c1-300x200.jpg" alt="IMG_2752c1" width="300" height="200" /></a><p class="wp-caption-text">อ่าวบ่อทองหลาง</p></div>
<p>อ่าวบ่อทองหลางนับเป็นอ่าวที่ผมประทับใจมากเพราะมีขนาดเล็ก (เล็กมาก) สงบ สะอาด น้ำสีเขียวสวย มีเขาเล็กๆ และโขดหินอยู่ระหว่างแหลม 2 ข้าง จนผมเคยยกให้เป็นอ่าวที่สวยที่สุดในประเทศเลยทีเดียว (ในตอนนั้น) และคิดถึงขนาดจะมาซื้อที่แถวนั้นสร้างบ้านส่วนตัว (แต่ไม่มีปัญญา) พอไปอีกครั้งเมื่อปี 47 กลับปรากฏว่า พลุกพล่านไปด้วยลูกเรือประมง เพราะมีท่าเรือเกิดขึ้นแถวนั้น (ผมคิดว่าเมื่อก่อนไม่มีนะ ถ้าข้อมูลผิดพลาดขออภัยด้วย) น้ำและหาดที่เคยสวยก็ดูสกปรกกว่าเดิม ร้านค้ามาตั้งมากขึ้น แต่ก็ยังเหมาะแก่การมานั่งพักผ่อน ถ่ายรูป ทานอาหารบนหาดทรายได้ ซึ่งหากท่านใดได้มีโอกาสผ่านไปลองแวะดูซักนิดนะครับ และหากเป็นไปได้อยากให้ผู้ที่รับผิดชอบช่วยพัฒนาให้ดีขึ้นกว่านี้</p>
<p style="text-align: left"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/p_04sm.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="size-medium wp-image-524 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/p_04sm-300x115.jpg" alt="p_04sm" width="300" height="115" /> </a><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/1252503772.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="size-thumbnail wp-image-528 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/1252503772-150x150.jpg" alt="1252503772" width="150" height="150" /></a></p>
<p><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/1552-20091226-230023-80.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="size-thumbnail wp-image-525 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/1552-20091226-230023-80-150x150.jpg" alt="1552-20091226-230023-80" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/01465_14.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="size-thumbnail wp-image-526 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/01465_14-150x150.jpg" alt="01465_14" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/p19h.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="size-thumbnail wp-image-527 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/p19h-150x150.jpg" alt="p19h" width="150" height="150" /></a> <span style="color: #888888"><em><br />
<span style="color: #808080">บรรยากาศรอบๆ อ่าวบ่อทองหลาง</span></em></span></p>
<p>หากเหนี่อยแล้วไม่อยากไปไหนต่อ ระหว่างขับรถกลับมาที่พักในหาดบ้านกรูดก็สามารถแวะลงไปถ่ายรูปริมหาดได้ทุกที่ เพราะเป็นชายหาดที่ยาวมาก ตอนผมไปผมใช้ช่วงเวลานี้แวะเข้าทุกรีสอร์ตในโซนไฮโซเลย เพื่อขอโบว์ชัวร์และสอบถามราคาแล้วบอกว่าขอเดินดูรอบๆ แต่จริงๆ แล้วหาข้ออ้างเพื่อเดินถ่ายรูปได้โดยเปิดเผยมากกว่า</p>
<p><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/1177567049.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-533" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/1177567049-150x150.jpg" alt="1177567049" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/DSC02849.jpg" rel="lightbox[506]"><img class="alignnone size-thumbnail  wp-image-535" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/DSC02849-150x150.jpg" alt="DSC02849" width="150" height="150" /></a><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/dsc3266.jpg" rel="lightbox[506]"> <img class="alignnone size-thumbnail wp-image-534" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/dsc3266-150x150.jpg" alt="_dsc3266" width="150" height="150" /></a></p>
<p>เย็นๆ เดินเล่นริมหาด เบื่อๆ ก็หาร้านคาราโอเกะแถวนั้นร้องเพลงก็ได้ครับ หรือหาร้านนั่งฟังเพลงเดี๋ยวนี้ก็น่าจะมีเยอะขึ้น (เมื่อก่อนต้องขับรถไปถึงหาดแม่รำพึง กว่าจะมีร้านฟังเพลง)</p>
<p>วันที่ 2 นี้อาจมีสถานที่น้อยหน่อยนะครับ เพราะเน้นเรื่องของธรรมชาติและอยู่กับหาดแถวรีสอร์ตให้คุ้มหน่อย เดี๋ยววันที่ 3 จะมาต่อ คราวนี้ยังมีอีกหลายที่ที่น่าไป..</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?feed=rss2&amp;p=506</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;ประจวบคีรีขันธ์&#8221; จังหวัดทางผ่านที่ไม่ควรแค่ผ่าน ตอนที่ 1</title>
		<link>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=461</link>
		<comments>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=461#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 23 Apr 2010 08:33:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Mr.Photo</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=461</guid>
		<description><![CDATA[เห็นว่ามีผู้แนะนำสวนผลไม้แถวระยองแล้ว ผมเลยอยากแนะนำ<strong><span style="color: #ff0000">สถานที่ท่องเที่ยวแถว </span><span style="color: #ff0000">จ.ประจวบคีรีขันธ์</span></strong>บ้าง เผื่อใครอยากไปเที่ยวทะเล (ได้ข่าวว่าปีนี้คณะจะจัดไปสัมมนาที่นั่นครับ) ผมเองเคยไปมาหลายครั้งแล้ว  และคิดว่าประจวบฯ  นี่แหละเหมาะที่สุดสำหรับคนที่อยู่กรุงเทพฯ และต้องการท่องเที่ยวที่เน้นทะเล และคนไม่พลุกพล่านอย่างบางแสน พัทยา ชะอำ หัวหิน แต่ก็ต้องแลกด้วยการขับรถนานหน่อย (ประมาณครึ่งวัน) และไม่ใช่ประเภทไปเช้า-เย็นกลับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เห็นว่ามีผู้แนะนำสวนผลไม้แถวระยองแล้ว ผมเลยอยากแนะนำ<span style="color: #993300"><strong>สถานที่ท่องเที่ยวแถว จ.ประจวบคีรีขันธ์</strong></span>บ้าง เผื่อใครอยากไปเที่ยวทะเล (ได้ข่าวว่าปีนี้คณะจะจัดไปสัมมนาที่นั่นครับ) ผมเองเคยไปมาหลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะหาดบ้านกรูดที่หลายคนติดใจในความสวยงามของหาดทรายขาวทอดยาวอันเงียบสงบ  ในความเห็นของผมคิดว่าประจวบฯ  นี่แหละเหมาะที่สุดสำหรับคนที่อยู่กรุงเทพฯ และต้องการท่องเที่ยวที่เน้นทะเล และคนไม่พลุกพล่านอย่างบางแสน พัทยา ชะอำ หัวหิน แต่ก็ต้องแลกด้วยการขับรถนานหน่อย (ประมาณครึ่งวัน) และไม่ใช่ประเภทไปเช้า-เย็นกลับ</p>
<p>หากอยากไปเที่ยวแบบสบายๆ ไม่รีบร้อนอะไร ควรมีเวลาซัก 3 วัน ซึ่งเราสามารถแวะเที่ยวตามรายทางทั้งขาไปและขากลับได้ โดยเป้าหมายของเราคือหาดบ้านกรูด อ.บางสะพาน ซึ่งผมขอแนะนำในลักษณะเป็นโปรแกรมทัวร์เลยดีกว่า เอาเป็นแบบ 3 วัน 2 คืน (ภาพประกอบขอใช้ภาพจากเน็ตนะครับ หาง่ายกว่าภาพตัวเอง และที่สำคัญ..สวยกว่า)</p>
<p><strong>โปรแกรมวันที่ 1 </strong>ออกเดินทางซัก 6.30-7.00 น. โดยมีโปรแกรมช่วงเช้าคือ</p>
<p><span style="color: #ff0000">8.00 น.-9.30 น.</span> แวะไหว้พระ<span style="text-decoration: underline">หลวงพ่อวัดบ้านแหลม</span>หรือวัดเพชรสมุทรวรวิหาร จากนั้นเดินตลาดและทานข้าวเช้าที่<span style="text-decoration: underline">ตลาดแม่กลอง หรือตลาดร่มหุบ</span> จ.สมุทรสงคราม สัมผัสวิถีพ่อค้าแม่ค้าแม่กลองที่ตั้งร้านค้าริมทางรถไฟ (เรียกว่าติดทางรถไฟเลยดีกว่า) พอรถไฟมาท่านจะเห็นการเก็บร่มและแผงสินค้าอย่างรวดเร็วในเวลาไม่กี่วินาที ที่นี่ถูกให้เป็น unseen แห่งหนึ่งของประเทศไทยเลยนะครับ ร้านอาหารมีมากมาย แนะนำให้เดินตลาดก่อนนะครับแล้วค่อยเลือกร้านทานข้าว โดยช่วงเวลาที่รถไฟเข้า-ออกสถานี คือ เข้า :8.30 น. 11.10 น.15.30 น. ออก : 6.20 น.,9.00 น. ,11.30 น.,15.30 น.</p>
<p><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/picture_61255319432.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="size-medium wp-image-469 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/picture_61255319432-300x221.jpg" alt="picture_61255319432" width="300" height="221" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/01.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="size-medium wp-image-468 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/01-199x300.jpg" alt="01" width="159" height="240" /></a></p>
<p>หากทำเวลาได้ดีอาจแวะที่<span style="text-decoration: underline">วัดถ้ำเขาหลวง</span> จ.เพชรบุรี (ซัก 30 นาที) ได้อีกที่นะครับ ในถ้ำสวยดี เคยเป็นฉากในเรื่องสมเด็จพระนเรศวรด้วยหากใครจำได้ แต่น่าจะเหมาะกับพวกชอบถ่ายรูปนะ ใครไม่เน้นถ่ายรูปก็ผ่านได้ครับ</p>
<p><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/9.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="aligncenter size-medium wp-image-466" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/9-300x200.jpg" alt="9" width="300" height="200" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000">11.30 น. &#8211; 13.30 น. </span>แวะเที่ยวและทานข้าวเที่ยวที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ จะเที่ยวและทานแถวชาย<span style="text-decoration: underline">หาดหัวหิน</span> หรือเดี๋ยวนี้นิยมไปแวะที่<span style="text-decoration: underline">เพลินวาน</span> ซึ่งสามารถเดินเที่ยว ถ่ายรูป ซื้อของและทานอาหารก็ได้ แต่แนะนำว่าถ้าคิดว่าของด้านในค่อนข้างแพง ร้านอาหารด้านนอกก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ</p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/3706356052_eff141c8af.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="size-thumbnail wp-image-473 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/3706356052_eff141c8af-150x150.jpg" alt="IMG_3652" width="150" height="150" /></a><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/Plearnwan-Hua-Hin-185.preview.jpg" rel="lightbox[461]"> <img class="size-thumbnail wp-image-474 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/Plearnwan-Hua-Hin-185.preview-150x150.jpg" alt="Plearnwan-Hua-Hin-185.preview" width="150" height="150" /> </a><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/plearnwan2.JPG" rel="lightbox[461]"><img class="size-thumbnail wp-image-475 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/plearnwan2-150x150.jpg" alt="plearnwan2" width="150" height="150" /></a></p>
<p style="text-align: left"><em><span style="color: #008000">&#8211; หรือใครไม่อยากแวะหัวหิน ก็แนะนำว่าอาจจะลองไปแวะวั<span style="text-decoration: underline">ดห้วยมงคล</span> ไหว้หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ แล้วเข้าไปทานอาหารในโรงทาน ของวัด ซึ่งเป็นอาหารรสชาติทางใต้แท้ๆ ไปวัดเสาร์อาทิตย์ของเยอะหน่อย ไปวันธรรมดาอาจจะน้อย และถ้าไปหลังบ่ายอาจจะหมด (ผมเคยพานักศึกษาแวะเข้าไปตอนบ่าย เหลือแค่ข้าวสวยกับน้ำแกง 555) &#8211;</span></em></p>
<p><em><span style="color: #008000"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/49416.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="aligncenter size-medium wp-image-477" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/49416-300x220.jpg" alt="49416" width="300" height="220" /></a></span></em><span style="color: #ff0000">16.00 น. </span>เข้าที่พัก ณ หาดบ้านกรูด อ.บางสะพาน</p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/1478-17s.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="aligncenter size-medium wp-image-479" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/1478-17s-300x184.jpg" alt="1478-17s" width="300" height="184" /></a><span style="color: #008000"><em>Zone A (โซนไฮโซ) Zone B (โซนชาวบ้าน) Zone C (โซนบ้านติดทะเล)</em></span></p>
<p>โดยทั่วไปหาดบ้านกรูดจะแบ่งเป็น 2 โซน คือ <span style="text-decoration: underline">โซนไฮโซ</span> กับ <span style="text-decoration: underline">โซนชาวบ้าน</span> แบ่งโดยการเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวาเลียบไปกับชายทะเลหลังจากขับรถตรงไปเจอ 3 แยกสุดหาดแล้ว โซนเลี้ยวขวา (A) จะเป็นรีสอร์ตสวยๆ หรูๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ ราคาตั้งแต่พันกว่าบาทขึ้นไป (พวกพันกว่าบ้านมักจะเป็นห้องเหมือนโรงแรม ถ้าอยากได้บ้านเดี่ยวแบบบังกะโลก็ต้อง 2-3 พันขึ้นไป) มีหาดด้านหน้าที่เป็นเหมือนหาดส่วนตัว แต่จริงๆ แล้วใครก็เข้าไปได้ อาจมีบางที่ที่พนักงานจะเข้ามาเตือนคนที่ผ่านไปผ่านมาแล้วแวะลงมาถ่ายรูปว่าขอให้เบาๆ เสียงหน่อยอย่ารบกวนแขก (แต่ส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง) ส่วนโซนเลี้ยวซ้าย (ฺB) เป็นรีสอร์ตราคาไม่แพงนัก ปัจจุบันเปิดใหม่อีกหลายที่ ราคาก็ตั้งแต่หลักหลายร้อยขึ้นไป มีหาดด้านหน้าเหมือนกัน แต่คนจะพลุกพล่านกว่าโซนไฮโซหน่อยแต่ก็ไม่ใช่แบบพัทยาหรือบางแสน และมีข้อดีคือมีร้านอาหารหลายร้านนอกจากของรีสอร์ตเอง (ร้านอาหารที่คนชอบแนะนำเป็นอย่างยิ่งคือ หนูโภชนา อาหารอร่อย ไม่แพง แต่หากมาตอนที่แขกเยอะๆ อาจโมโหหิวได้ เพราะรอนานมาก) ในขณะที่โซนไฮโซไม่มีร้านอาหารที่ไม่ใช่ของรีสอร์ตเองเลย ยกเว้นแถวใกล้ๆ 3 แยก (เส้นแบ่งเขตแดนของสองโซน)</p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/03.gif" rel="lightbox[461]"><img class="size-thumbnail wp-image-484 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/03-150x150.gif" alt="03" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/20090423033735.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="size-thumbnail wp-image-485 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/20090423033735-150x150.jpg" alt="20090423033735" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/DSCF6398.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="size-thumbnail wp-image-486 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/DSCF6398-150x150.jpg" alt="DSCF6398" width="150" height="150" /></a><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_0222.JPG" rel="lightbox[461]"></a></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_0222.JPG" rel="lightbox[461]"><img class="size-thumbnail wp-image-487 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_0222-150x150.jpg" alt="IMG_0222" width="150" height="150" /> </a><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/420200624636.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="size-thumbnail wp-image-488 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/420200624636-150x150.jpg" alt="420200624636" width="150" height="150" /> </a><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/05-45.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="size-thumbnail wp-image-489 alignnone" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/05-45-150x150.jpg" alt="05-45" width="150" height="150" /></a></p>
<p>ขอแนะนำว่าผู้ที่มาเที่ยวหาดบ้านกรูดครั้งแรก หากไม่ใช่พวกกระเป๋าหนักมาก กรุณาจองที่พักฝั่งโซน B ก่อนในการมาครั้งแรก (ดูในเน็ตแล้วโทรจองก็ได้) แล้วหากสนใจอีกโซน ลองขับรถเลียบริมหาดไปแวะดูและสอบถามราคาเพื่อวางแผนในการพักครั้งต่อไป ไม่ควรรีบจองในเว็บ เพราะบางแห่งรูปในเว็บไซต์สวยมาก แต่ของจริงบางที่แย่กว่ารีสอร์ตโซนชาวบ้านอีก (ผมโดนมาแล้ว ขอไม่บอกนะว่าที่ไหน) แต่ส่วนใหญ่ก็ถือว่าสวยงามหรูหราน่าเข้าพักเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/1261392615.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="alignleft size-medium  wp-image-491" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/1261392615-300x242.jpg" alt="1261392615" width="300" height="242" /></a>จะบอกว่ารีสอร์ตทั้ง 2 โซนที่ว่านี้ที่พักกับหาดมีถนน 2 เลนคั่นกลาง แต่ไม่ไกลมาก เดินข้ามถนนมาก็เป็นหาดแล้ว แต่ถ้าท่านอยากได้รีสอร์ตที่ติดหาด ผมแนะนำให้ไปทางเหนือขึ้นไป ขับรถเลยเขาธงชัยขึ้นไปทางเหนือ รีสอร์ตแถวนั้น (โซน C) จะอยู่ติดหาดทรายเลย แต่จะไม่เยอะเท่า 2 โซนที่กล่าวมา และอยู่ห่างๆ กัน เช่น บ้านพักนานาชาติบ้านกรูด และอีก 2-3 ที่จำชื่อไม่ได้ ราคาก็ไม่แพงและไม่ถูกมากนัก ข้อดีคือ เงียบ ส่วนตัว บ้านติดทะเล ข้อเสีย คือ ห่างไกลผู้คน และมีคนบอกว่าพื้นทะเลบางช่วงจะลึกกว่าอีก 2 โซนทางใต้ แต่ตอนผมไปพักที่บ้านพักนานาชาติบ้านกรูด ก็เห็นเด็กๆ บอกว่าน้ำไม่ลึก ก็เลยไม่แน่ใจว่าอันที่อันตรายอยู่ช่วงไหน</p>
<p><span style="color: #ff0000">16.30 น.</span> หลังจากเก็บของเข้าที่พักแล้ว แนะนำให้ไปเที่ยว <span style="text-decoration: underline">วัดทางสาย (พระพุทธกิติสิริชัย) ต.เขาธงชัย</span> อยู่ห่างย่านที่พักไปไม่กี่นาที (แต่คงต้องขับรถไป) ขับรถขึ้นเขาไปบนวัดท่านจะเจอ “พระพุทธกิติสิริชัย” เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิแบบศิลปะคันธาระ มีขนาดใหญ่ สูงเด่นเป็นสง่า หันพระพักตร์ออกสู่ทะเล เดินขึ้นไปอีกนิดจะเจอ “พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ” ที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม เดินเล่น ไหว้พระ ถ่ายรูป ซักชั่วโมงแล้วค่อยลงมาทานอาหารเย็นแถวรีสอร์ต หรือใครอยากขับเลียบจากหาดบ้านกรูดออกไปก็ได้นะครับ มีอีกหลายร้านให้เลือก (ผมเคยขับรถเลยไปถึงตัว อ.บางสะพาน ระยะทางประมาณ 30 กิโล ไปเจองานประจำปีของวัดที่นั่นพอดี รู้สึกจะชื่อวัดเขาโบสถ์ เลยได้เที่ยวงานวัดแถมไปด้วย) แต่ต้องระวังนะครับ ถ้าขับรถไปไกลมาก จนเลยถนนเลียบหาดไปเข้าถนนในหมู่บ้าน ขากลับอาจจะหลงทางได้เพราะมืดมาก</p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/3_1239848003.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-493" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/3_1239848003-150x150.jpg" alt="3_1239848003" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_0030.JPG" rel="lightbox[461]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-494" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_0030-150x150.jpg" alt="IMG_0030" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_0041.JPG" rel="lightbox[461]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-495" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_0041-150x150.jpg" alt="IMG_0041" width="150" height="150" /></a></p>
<p style="text-align: center"><a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/krud2.jpg" rel="lightbox[461]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-497" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/krud2-150x150.jpg" alt="krud2" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_0066.JPG" rel="lightbox[461]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-498" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_0066-150x150.jpg" alt="IMG_0066" width="150" height="150" /></a> <a href="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_0070.JPG" rel="lightbox[461]"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-499" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/IMG_0070-150x150.jpg" alt="IMG_0070" width="150" height="150" /></a></p>
<p><span style="color: #ff0000">20.00 น. </span>เชิญปาร์ตี้ริมหาดหน้าที่พักได้เลยครับ หรือใครจะนั่งถึงเช้าก็ไม่ว่ากัน แต่เก็บแรงไว้วันรุ่งขึ้นด้วยนะครับ</p>
<p>ไว้เดี๋ยวจะมาเขียนโปรแกรมของวันที่ 2 ต่อให้นะครับ ตอนแรกกะจะเขียนทีเดียวจบ ไปๆ มาๆ กลายเป็นหนังยาวไปซะแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?feed=rss2&amp;p=461</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปิดสวน&#8230;ชวนเที่ยว ตอนที่1</title>
		<link>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=441</link>
		<comments>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=441#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Apr 2010 07:31:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>william</dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ท่องเที่ยวเชิงเกษตร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?p=441</guid>
		<description><![CDATA[ในช่วงนี้มีแต่เรื่องร้อนๆ นะครับ อากาศก็ร้อนสุดๆ การเมืองก็ร้อนแรง หลายๆ คนคงอยากหลบร้อนไปหาที่ท่องเที่ยวพักผ่อน ทะเลก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตยิ่งทะเลใกล้ๆ กรุงเทพฯหน่อยก็จะได้รับความนิยมเป็นพิเศษในช่วงน้ำมันแพง!! แต่ถ้าใครเบื่อทะเลและอยากที่จะหาแหล่งหลบร้อนใหม่ๆ ขอแนะนำให้อ่านบทความนี้ครับ เพราะผมจะพาท่านไปเข้าสวนผลไม้หลบร้อนกัน ที่สำคัญสำหรับใครที่ชอบกินผลไม้ไม่ควรพลาดครับ ยิ่งช่วงนี้ (เม.ษ. - มิ.ย.) มีผลไม้ให้ชม ชิม ช๊อป อย่างจุใจครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: large"><span style="color: #0000ff">สวนยายดา&#8230;หรือ&#8230;ป้าชื่น<br />
</span></span> เจ้าของสวนชื่อนางบุญชื่น โพธิ์แก้ว หรือที่เรียกกันติดปากว่า “ป้าชื่น” แต่ตั้งชื่อสวนว่า “สวนยายดา” เหตุที่ได้ใช้ชื่อนี้เป็นเพราะ ในปีแรกที่เปิดสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรยังไม่มีความพร้อมในด้านต่าง ๆ แม้แต่กระทั่งชื่อสวนก็ไม่ได้ตั้ง นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวจึงเรียกชื่อสวนตามชื่อของชุมชนคือ ชุมชมยายดา เป็นสวนยายดา จึงเป็นชื่อสวนตั้งแต่นั้นมา&#8230;..<br />
ป้าชื่นมีสวนที่ดูแลทั้งหมด 5 แปลง เนื้อที่รวมทั้งหมดประมาณ  40 ไร่ โดยมีแปลงสวนไม้ผลที่ปลูกทุเรียน และมังคุด 2 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 15 ไร่ มีแปลงที่ปลูกยางพาราอีกประมาณ 16 ไร่ แปลงที่ดินว่างเปล่าอยู่ระหว่างรอปลูกมะนาวอีกประมาณ 2 ไร่ และแปลงสุดท้ายมีเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ เป็นสวนที่ได้รับมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษปลูกไม้ผลแบบผสมผสานทั่วไป โดยมีต้นทุเรียนและเงาะเป็นพืชหลัก และเป็นแปลงเดียวที่นำมาเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เนื่องจากสวนอื่น ๆ แม้จะอยู่ในตำบลตะพงเช่นเดียวกัน แต่ก็อยู่ห่างออกไปจากบ้านที่พักอาศัย จึงไม่สะดวกในการจัดการและการบริการนักท่องเที่ยว</p>
<p> </p>
<p><span style="color: #0000ff">มุ่งมั่น ไม่หยุดนิ่ง!!</span><br />
 ผลผลิตล้นตลาด ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เป็นปัญหาที่เกิดกับเกษตรกรอย่างสม่ำเสมอและเรื่อยมา เฉกเช่นเดียวกับการทำสวนของป้าชื่น หลังจากสมรสกับลุงมานัดในปี พ.ศ.2522 ทั้งสองยังคงยึดอาชีพการทำสวนผลไม้เช่นเดิม และได้เริ่มเพิ่มชนิดผลไม้ที่ปลูก คือ มะม่วง โดยขายทั้งผลและกิ่งพันธุ์ ทำให้คนในพื้นที่สนใจและหันมาปลูกมะม่วงตามกันมากขึ้น ผลผลิตออกสู่ตลาดเริ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันราคาทุเรียนสดตกต่ำจากการเกิดพายุดีเปรสชั่นในปี พ.ศ. 2536 ทำให้ป้าชื่นและลุงมานัดต้องหาทางเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตที่มีอยู่ โดยการนำทุเรียนในสวนมาแปรรูปเป็นทุเรียนทอดกรอบ และทำขายอย่างจริงจังจวบจนปัจจุบันถือเป็นสินค้าแปรรูปหลักและเด่นของสวนยายดา<br />
ต่อมาในปี พ.ศ. 2540 ตะพาบน้ำเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดประเทศไต้หวัน ป้าชื่นกับลุงมานัดจึงได้ลงทุนเลี้ยงตะพาบน้ำควบคู่ไปกับการทำทุเรียนทอดกรอบโดยได้ผลตอบแทนที่ดีมาก แต่ต้องยุติการเพาะเลี้ยงลง เมื่อตลาดตะพาบน้ำที่ประเทศไต้หวันได้ปิดการรับซื้อตะพาบน้ำจากประเทศไทย สำหรับ   ป้าชื่นและลุงมานัดไม่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงมากนักเพราะได้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์เพื่อทำการฟักตัวตะพาบน้ำขายต่อ  แสดงให้เห็นถึงการประเมินสถานการณ์และการวางแผนจัดการของทั้งสองได้เป็นอย่างดี คือเมื่อโอกาสเข้ามาถึงให้รีบดำเนินการ ขณะเดียวกันมีการวางแผนการทำงานรองรับกับสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบที่ไม่ดีให้กระทบต่อการดำเนินงานให้น้อยที่สุด จากที่ได้ยกตัวอย่างมาทั้งหมดจะเห็นได้ว่าทั้งป้าชื่นและลุงมานัดไม่เคยที่จะหยุดนิ่งต่อการเพิ่มคุณค่า หรือเพิ่มช่องทางในการประกอบอาชีพให้กับตนเอง</p>
<p><span style="color: #0000ff">กลุ่มที่ดี&#8230;.มีพลัง</span><br />
ป้าชื่นเป็นประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรยายดาพัฒนา ซึ่งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรยายดาพัฒนาเป็นการรวมกลุ่มกันของแม่บ้าน บ้านยายดา หมู่ที่ 3 ตำบลตะพง เมื่อปี พ.ศ. 2539 จนกระทั่งปัจจุบันและใช้สถานที่บ้านป้าชื่นเป็นที่ตั้งกลุ่มในการทำกิจกรรม การตั้งกลุ่มครั้งนี้เป็นการพัฒนาอาชีพด้วยการนำเอาผลผลิตในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยมีทุเรียนทอดกรอบและทุเรียนกวนเป็นสินค้าหลัก หลังจากมีรายได้เข้ากลุ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้กลุ่มมีความเข้มแข็ง  เพิ่มมากขึ้น สามารถเสนอของบประมาณจากโครงการช่วยเหลือเพื่อนเกษตร เพื่อซื้ออุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการทำงาน ให้ผลิตสินค้าได้อย่างมีคุณภาพ สามารถเพิ่มความหลากหลายของประเภทสินค้าจำหน่ายของกลุ่ม ทำให้สมาชิกได้มีกิจกรรมทำและมีสินค้าจำหน่ายตลอดทั้งปี เช่น แกงหมูชะมวงบรรจุกระป๋อง<br />
จากการที่ประธานกลุ่มเป็นคนที่ช่างคิด ช่างทำ จึงได้ทดลองทำน้ำพริกทุเรียน แล้วส่งประกวดน้ำพริกสำเร็จรูปจนได้รับรางวัลที่ 2 ในงานของพาณิชย์จังหวัดระยอง และยังมีผลการปฏิบัติงานมีอย่างต่อเนื่องจนได้รับรางวัลต่าง ๆ จากหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย ทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับภาค รวมไปถึงระดับกรมและกระทรวง ส่งผลให้มีคณะดูงานมาขอศึกษาดูงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้บริเวณบ้านของป้าชื่นคับแคบเกินไปที่จะรองรับคณะที่มาดูงาน และในปี พ.ศ. 2544 ป้าชื่นได้ของบประมาณในการสร้างอาคารหลังใหม่เป็นที่ทำการกลุ่มแม่บ้าน บริเวณอนามัยหมู่บ้าน ซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างขวาง สามารถรองรับคณะผู้มาเยี่ยมชมศึกษาดูงานได้เป็นจำนวนมาก</p>
<p><span style="color: #0000ff">แหล่งเรียนรู้&gt;&gt;สู่&gt;&gt;สวนท่องเที่ยวเชิงเกษตร</span><br />
จากอดีตที่ทำการของกลุ่มแม่บ้านตั้งอยู่ที่บ้านป้าชื่น เมื่อตรงกับช่วงฤดูผลไม้ คณะที่มาดูงานจะขอเดินเข้าไปชมสวน และชิมผลไม้ ด้วยเหตุนี้ทำให้ป้าชื่นคิดว่าสวนไม้ผลหลังบ้านสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ได้อีกหนึ่งแห่ง จนมาในปี พ.ศ. 2545 ป้าชื่นได้เริ่มทำการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวนหลังบ้านขึ้น ปีแรกที่ทำการท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนยายดายังขาดประสบการณ์ จึงไม่มีการเตรียมการใด ๆ มากนัก มีเพียงห้องน้ำ 1 ห้องเตียงไม้ไผ่ 2 เตียงและร่มคันใหญ่ 1 คัน ชื่อสวนยังไม่ได้ตั้งไว้ ไม่มีทำการประชาสัมพันธ์ ป้ายประกาศบอกทางเข้าสวนก็ไม่ได้ทำ ไม่ทราบถึงวิธีการจัดการกับการรับจอง การต้อนรับ หรือการที่จะให้บริการนักท่องเที่ยวว่าควรจะต้องทำอย่างไรบ้าง ทำให้ในปีแรกของการเปิดสวนเกิดปัญหาขึ้นอย่างมากมาย</p>
<p> </p>
<p><span style="color: #0000ff">&#8230;เรียนรู้&#8230;ปรับแก้</span><br />
การขาดประสบการณ์ ขาดแหล่งที่จะเรียนรู้ก่อนการเปิดสวนท่องเที่ยว เมื่อเปิดสวนในปีแรก (2545) เกิดปัญหาขึ้นมากมาย ทำให้ทั้งป้าชื่นและลุงมานัดเกิดการเรียนรู้ว่าจะต้องปรับแก้ข้อบกพร่องต่าง ๆ โดยในปีนี้เจ้าหน้าที่เกษตรตำบลได้ทราบถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จึงเกิดการอบรมโครงการเจ้าบ้านที่ดี เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับสวนไม้ผลที่จะทำการเปิดสวนเป็นแหล่งท่องเที่ยว   เชิงเกษตร จัดโดยกรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับสำนักงาน ททท. ภาคกลางเขต  4 ระยอง นอกจากการได้เข้ารับการอบรมโครงการเจ้าบ้านที่ดีแล้ว ยังได้เพิ่มพูนประสบการณ์ในการจัดการท่องเที่ยว และนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยการศึกษาดูงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือทั้งจากเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลและหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐ<br />
ในการเปิดสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรของสวนยายดาในปีต่อ ๆ มา ได้มีทั้งการปรับแต่งสถานที่ให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เช่น เพิ่มจำนวนห้องน้ำและปูกระเบื้องให้ดูสะอาด ทำพื้นปูนและขยายลานจอดรถ สร้างศาลาให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนภายในสวน ฯลฯ มีการเพิ่มการประชาสัมพันธ์โดยการทำแผ่นป้ายบอกเส้นทางมาสวนยายดาตามถนน หรือการติดแผ่นป้ายอธิบายชนิดไม้ผลภายในสวน รวมถึงการเพิ่มการจัดการมากขึ้น เช่น มีการจัดเส้นทางเดินชมสวนเพื่อลดความเสียหายของสวน ป้องกันความเสียหายที่เกิดจากการผิดนัดของนักท่องเที่ยวด้วยการให้โอนเงินมัดจำล่วงหน้าในกรณีที่มีการโทรเข้ามานัดหมาย เป็นต้น</p>
<p><span style="color: #0000ff">กังวลใจ … ภาคภูมิใจ …และสุขใจ</span><br />
“ในตอนเริ่มแรกที่ทำคิดอยู่ว่าจะทำไหวหรือเปล่า จะไปรอดเหรอเราไม่มีประสบการณ์เรื่องการทำท่องเที่ยวเชิงเกษตรเลยเราทำสวนอย่างเดียว“  เป็น     คำกล่าวที่ถ่ายทอดความรู้สึกกังวลที่เกิดขึ้นในใจของป้าชื่น แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปนับรวมเป็นเวลากว่า 6 ปีของการเปิดสวนท่องเที่ยวฯ ความกังวลใจกลับกลายเป็นความภาคภูมิใจของป้าชื่นที่ได้ก้าวผ่าน สามารถอยู่รอดได้ในสถานการณ์ของราคาผลไม้ที่ตกต่ำ ได้เผยแพร่ความรู้ด้านการเกษตร และด้านการแปรรูปอาหารให้กับนักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจ ได้เปิดโอกาสให้เพื่อนบ้านได้เข้ามาขายผัก ผลไม้ ที่หน้าสวนเป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชน ตัดปัญหาเรื่องพ่อค้าคนกลาง อีกทั้ง นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อหาของฝากกลับบ้านในราคาถูกและสดจากสวน<br />
 นอกจากนั้นป้าชื่นยังพูดถึงหลักคิดในการเปิดสวนท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างสุขใจ และกล่าวทิ้งท้ายว่า&#8230;..</p>
<p> <span style="color: #ff0000">“การทำท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั้น เราอย่าคิดเป็นธุรกิจถ้าเราคิดว่าทุกเวลาต้องมีรายได้   ต้องเป็นเงินเป็นทองเราก็ทำไม่ได้หรอก แต่ถ้าคิดเราอยู่ได้ เขาอยู่ได้มันจึงจะมีความสุขคิดเพียงว่าเรามีสวนอยู่แล้วเราไม่ต้องขนของไปขายที่ตลาด และให้คนอื่นเข้ามาขายของได้ด้วย และยังได้พูดคุยเพิ่มเติมความรู้จากการได้พบปะผู้คนที่มาเที่ยวมันก็ได้ทั้งใจนักท่องเที่ยวและชุมชนแล้ว”</span></p>
<p><span style="color: #000000">การทำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะครับ นี่เป็นเพียงแค่สวนแรกนะครับที่ผมแนะนำ ยังมีอีกหลายสวนที่น่าสนใจครับ โปรดติดตามตอนต่อไป เกริ่นไว้นิดครับว่าตอนต่อไปเราจะนั่งรถไฟชมสวนกัน&#8230;</span></p>

<a href='http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?attachment_id=451' title='201x133-images-stories-orchard-yaida-yaida08'><img width="150" height="133" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/201x133-images-stories-orchard-yaida-yaida08-150x133.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="201x133-images-stories-orchard-yaida-yaida08" /></a>
<a href='http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?attachment_id=452' title='200x133-images-stories-orchard-yaida-yaida01'><img width="150" height="133" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/200x133-images-stories-orchard-yaida-yaida01-150x133.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="200x133-images-stories-orchard-yaida-yaida01" /></a>
<a href='http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?attachment_id=453' title='201x133-images-stories-orchard-yaida-yai1'><img width="150" height="133" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/201x133-images-stories-orchard-yaida-yai1-150x133.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="201x133-images-stories-orchard-yaida-yai1" /></a>
<a href='http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?attachment_id=454' title='201x133-images-stories-orchard-yaida-yaida03'><img width="150" height="133" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/201x133-images-stories-orchard-yaida-yaida03-150x133.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="201x133-images-stories-orchard-yaida-yaida03" /></a>
<a href='http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?attachment_id=455' title='201x133-images-stories-orchard-yaida-yaida07'><img width="150" height="133" src="http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/wp-content/uploads/2010/04/201x133-images-stories-orchard-yaida-yaida07-150x133.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="201x133-images-stories-orchard-yaida-yaida07" /></a>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.agri.kmitl.ac.th/km/blog/?feed=rss2&amp;p=441</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
