6. ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำขึ้นน้ำลง

น้ำขึ้นน้ำลงที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรก่อให้เกิดปรากฏการณ์บางประการ ตามแอ่งมหาสมุทรและชายฝั่ง ซึ่งได้แก่
  1. กระแสน้ำขึ้นน้ำลง (tidal current) เป็นกระแสน้ำที่เกิดจากการเคลื่อนตัวเป็นวงของยอดคลื่นซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงทิศทางตลอดเวลา โดยเกิดเมื่อเข้ามาสู่ฝั่งเนื่องจากของความลึกของแอ่งมหาสมุทรไม่คงที่ ดังนั้นความรุนแรงของการไหลจึงไม่คงที่ โดยมีแนวโน้มการเคลื่อนที่เป็นวงรีตามการหมุน ซึ่งอาจมีทั้งตามเข็มและทวนเข็มนาฬิกา แต่กระแสน้ำขึ้นน้ำลงเป็นการเคลื่อนตัวรอบจุดในบริเวณที่เป็นแอ่งเล็ก ๆ ดังนั้นจึงไม่ได้รับผลจาก coriolis effect แต่ผลจากแรงเสียดทานของน้ำที่อยู่เหนือพื้นทะเลจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทาง
  2. คลื่นสะท้อนน้ำขึ้นน้ำลง (standing tidal wave) หมายถึงการเคลื่อนตัวของน้ำในบริเวณอ่าวปิดที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งเมื่อเข้าสู่อ่าวจะเคลื่อนตัวจากระดับที่สูงกว่าของขอบด้านหนึ่งของอ่าวไปยังระดับที่ต่ำกว่าอีกด้านหนึ่งของอ่าว และเคลื่อนที่กลับไปกลับมา ในการเคลื่อนที่นั้นคลื่นที่เกิดจากน้ำขึ้นน้ำลงนี้จะทำตัวเป็น progressive wave ธรรมดา แต่จะเกิดการสะท้อนกลับของน้ำที่เคลื่อนที่ไปยังผนังอีกด้านหนึ่งของอ่าว การสะท้อนดังกล่าวนี้ทำให้ระดับน้ำมีการเคลื่อนตัวขึ้นลงตามผนังอ่าว โดยตรงกลางระหว่างอ่าวทั้งสองด้านจะไม่มีการเคลื่อนที่ของระดับน้ำ ในกรณีที่เป็นอ่าวเปิดระดับน้ำจะเคลื่อนตัวขึ้นลงบริเวณผนังของอ่าว โดยส่วนที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ จะอยู่บริเวณขอบอ่าวด้านที่ติดกับมหาสมุทร
  3. น้ำขั้นน้ำลงใกล้ชายฝั่ง ลักษณะดังกล่าวจะเกิดขึ้นบริเวณในอ่าวหรือร่องน้ำบริเวณชายฝั่งทะเล โดยผลจากอิทธิพลจากการหมุนของโลกจะทำให้กระแสน้ำขึ้นน้ำลงในบริเวณดังกล่าวเมื่อเคลื่อนตัวเข้าจะรวมตัวกันที่ขอบของร่องน้ำด้านขวา และในซีกโลกใต้จะเคลื่อนตัวเข้าทางด้านซ้าย ดังนั้นในซีกโลกเหนือบริเวณที่มีระดับน้ำสูงจะอยู่ทางด้านขวาของร่องน้ำเมื่อน้ำเคลื่อนตัวเข้าหรือหลากเข้า (flood tide) และเมื่อเคลื่อนตัวออกหรือหลากออก (ebb tide) ระดับน้ำจะสูงทางด้านซ้ายของร่องน้ำ อย่างไรก็ตามทิศทางการเคลื่อนตัวดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบริเวณเนื่องจากลักษณะของชายฝั่งในแต่ละบริเวณแตกต่างกัน
  4. กำแพงน้ำ (tidal bore) บริเวณอ่าวหรือปากแม่น้ำบางแห่ง กระแสจากน้ำขึ้นน้ำลงที่เคลื่อนเข้ามาจะก่อให้เกิดแนวหน้าหรือแนวปะทะ (tidal wave front) ซึ่งแนวดังกล่าวนี้จะมีความเร็วในการเคลื่อนตัวมากกว่าการเคลื่อนตัวของน้ำขึ้นน้ำลงตามปกติ (c > gd) เมื่อมันเข้าสู่อ่าวหรือปากแม่น้ำ จะเกิดเป็นคลื่นที่มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด (bore) เคลื่อนที่ไปยังต้นน้ำ และมีการม้วนตัวขณะเคลื่อนที่ไป โดยปกติจะมีความสูงประมาณ 1 ฟุต แต่บางแห่งอาจสูงได้ถึง 10 ฟุต


© 2010 สงวนลิขสิทธิ์โดย ดร.มณฑล แก่นมณี
คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง