ท่านเลี่ยม พรตพิทยพยัต

ประวัติท่านเลี่ยม พรตพิทยพยัต

ท่านเลี่ยม เป็นธิดาคนที่ 12 ของเจ้าพระยาสุรวงษไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็น สมุหกลาโหม ในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 ซึ่งคนทั่วไปมักเรียกบิดาท่านว่า เจ้าคุณทหาร หรือเจ้าคุณกลาโหม มารดาชื่อ ท่านหลี
       ท่านเลี่ยมได้สมรสกับจอมพลเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) แต่ไม่มีบุตรธิดาด้วยกันต่อมาได้สมรสกับหลวงพรตพิทยพยัต และก็ไม่มีบุตรธิดาเช่นเดียวกันระหว่างที่มีชีวิตอยู่ท่านมักจะมาพักอยู่ที่บ้านพักอยู่บ้านพักที่หัวตะเข้ (ตั้งอยู่ริมคลองตรงข่ามที่ว่าการเขตลาดกระบัง) ซึ่งขณะนั้นยังเป็นท้องถิ่นที่ห่างไกล จะเดินทางไปมาได้โดยทางเรือเท่านั้น ระหว่างที่พักอยู่ที่หัวตะเข้ท่านเห็นเด็ก ๆ ชาวหัวตะเข้และลูกหลานชาวนาที่เช่าที่นาของทาน และตำใกล้เคียง เช่น บ้านบึงบัว ลำปะทิว ทับยาว ยังไม่ค่อยได้รับการศึกษา เพราะไม่มีสถานศึกษาระดับมัธยม ในย่านนั้นเลย และการเดินทางก็ลำบากประกอบกับท่านเจ้าคุณทหาร เมื่อครั้งมาควบคุมการขุดคลองประเวศบุรีรมย์ผ่านท้องที่ลาดกระบังไปยังจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น ได้สังเกตเห็นว่าคนงาที่รับจ้างขุดดินในการขุดคลองแถวนี้เมื่อเลิกงานก็ดื่มสุรามึนเมาเล่นการพนันทะเลาะวิวาทฆ่าฟันกันตายเป็นเนืองนิจ ท่านก็ได้ปรารภกับท่านเลี่ยมเสมอว่า คนพวกนี้ไม่มีอะไรอีกแล้วในชีวิต หากินมาได้ก็กินเหล้า เล่นการพนันหมดซ้ำยังก่อการวิวาทฆ่าฟันกันอีกด้วย ทั้งนี้เพราะว่าขาดการศึกษา
        ดังนั้นทางที่จะช่วยคนพวกนี้ได้ก็มีอยู่ทางเดียว คือ ให้การศึกษาแก่บรรดาลูก ๆ หลาน ๆ ของคนพวกนี้เท่านั้น ท่านเจ้าคุณทหารจึงจับของที่ดินในบริเวณริมคลองที่ขุดขึ้นประมาณ 1,500 ไร่ โดยมีความตั้งใจว่า จะให้ที่ดินผืนนี้เป็นสถานศึกษา ให้ความรู้แกอนุชนรุ่นหลัง ให้มีสติปัญญามีอาชีพที่ดีขึ้นกว่านี้ต่อมาไม่นานท่านเจ้าคุรทหารถึงแก่อสัญกรรม ที่ดินผืนนี้จึงตกเป็นของธิดาท่านคือท่านเลี่ยมซึ่งท่านก็ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของท่านเจ้าคุณทหารด้วยการที่ยกที่ดินในเขตลาดกระบังให้กระทรวงศึกษาธิการ 1,041 ไร่ เพื่อจัดตั้งสถานศึกษาให้เด็ก ๆ ชาวลาดกระบังได้มีโอกาสเล่าเรียนชั้นสูงต่อไป โดยมอบบ้านพักของท่านที่หัวตะเข้ให้ใช้เป็นอาคารเรียนเปิดสอนในระดับมัธยม และให้ใช้ชื่อโรงเรียนนี้ว่า”โรงเรียนพรต-พิทยพยัต” เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่สามีผู้ล่วงลับไป
       ส่วนที่ดินอีกส่วนหนึ่ง ท่านขอให้กระทรวงศึกษาธิการ จัดตั้งเป็นวิทยาลัยอาชีวะ สอนวิชาชีพและขอให้ใช้ชื่อ ท่านเจ้าคุณทหาร เป็นชื่อวิทยาลัย ซึ่งต่อมาก็เป็นวิทยาลัยเกษตรกรรมเจ้าคุณทหาร (ปัจจุบันโอนไปสังกัดสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) อีกส่วนหนึ่งเป็นวิทยาลัย โทรคมนาคมและวิทยาลัยวิชาการก่อสร้าง (ปัจจุบันเป็นสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง)